เช้านี้ที่หมอชิต - เจ้าของโรงงาน แจ้งขอความช่วยเหลือหนุ่ม อายุ 18 ปี ถูกแม่เลี้ยงทารุณตั้งแต่ ป.3 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่หยุด
เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย เมื่อเจ้าของโรงงาน และเพื่อนร่วมงานในร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ที่หนุ่ม อายุ 18 ปี ไปทำงาน สังเกตเห็นว่าเขามีอาการหวาดระแวง สะดุ้งง่าย ชอบพูดคนเดียว และไม่อยากกลับบ้าน มักอยู่ทำงานจนดึก จนกระทั่งเห็นบาดแผลเต็มหลังจากการเปิดเสื้อเกาแผล ตอนแรกเจ้าตัวไม่กล้าบอกความจริง เพราะความกลัว อ้างว่าบาดแผลเกิดจากการเข้าไปช่วยพ่อแม่ไม่ให้ถูกคนข้างบ้านทำร้าย
แต่เจ้าของโรงงานไม่เชื่อ และประสาน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เข้ามาคุยและคาดคั้น จึงยอมรับว่าถูกแม่เลี้ยงตีด้วยไม้ไผ่ ขนาดหนาเท่าด้ามไม้กวาดมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ ป.3 จนถึงปัจจุบัน พร้อมถอดเสื้อให้ดูบาดแผล ซึ่งปรากฏทั้งรอยแผลเก่าและแผลใหม่กระจายทั่วใบหน้า ลำคอ และแผ่นหลัง เกือบ 20 แผล
ส่วนสาเหตุที่แม่เลี้ยงตี อ้างว่าเขาดื้อ ไม่ทำงานบ้าน จากนั้นใช้ไม้ไผ่ตีเอวและหลัง 20-30 ครั้ง หลังจากตี แม่เลี้ยงจะบอกเสมอว่า "รักนะถึงตี" โดยครั้งล่าสุดถูกตีเมื่อไม่ถึงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะกวาดบ้านไม่สะอาด ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อแท้ ๆ ไม่เคยเข้ามาช่วยเหลือ และสนับสนุนการทำโทษ ซึ่งเขายอมรับว่าที่ผ่านมาไม่มีความคิดขัดขืน หรือพยายามจะฆ่าตัวตาย เพราะอยากดูแลพ่อแม่
เจ้าของโรงงานยืนยันว่า เขาเป็นเด็กดี ตั้งใจ ขยันทำงาน แถมผลการเรียนดีมาก จบ ม.6 ด้วยเกรด 3.8 วิชาหลักได้เกรด 4 หลายวิชา โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เจ้าตัวมีความประสงค์อยากเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งตนเองพร้อมสนับสนุน และจะไม่ให้กลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยอีก โดยจัดเตรียมที่พักใหม่ ซื้อที่นอนและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อให้สถานที่ทำงานแห่งนี้เป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2
ขณะที่เพจฯ สายไหมต้องรอด ได้พาเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ลำลูกกา โดยมีเพื่อนร่วมงานมาเป็นพยาน
ผู้กำกับการ สภ.ลำลูกกา บอกว่า บาดแผลที่เห็น เชื่อได้ว่ามีการทำร้ายร่างกายจริง หลังจากนี้จะสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด และส่งไปชันสูตรบาดแผลที่โรงพยาบาล เพื่อนำมาพิจารณาข้อหาทำร้ายร่างกาย จากนั้นจะพิจารณาออกหมายเรียก หรือหมายจับต่อไป ส่วนเรื่องที่ถูกทำโทษมาตั้งแต่ ป.3 จะนำมาพิจารณาด้วย แต่ต้องเริ่มจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดก่อน