เช้านี้ที่หมอชิต - ต้องตามกันต่อเนื่องกับประเด็นร้อนคดี "ฮั้ว สว." ที่ตอนนี้ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดเมื่อวาน (27 ส.ค.) กกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. ที่ขาดคุณสมบัติ 1,767 คน ทั้งที่รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์แต่ยังลงสมัคร แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงดำเนินการช้า ทั้งที่สามารถตรวจสอบ และเอาผิดได้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของการรับสมัคร
มติ กกต.ฟันอาญา 1,767 ผู้สมัคร สว.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูล และเอกสารประกอบการสมัครรับเลือกเป็น สว. พบผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย จึงมีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. 1,767 คน
อย่างไรก็ตาม มติของ กกต. ดังกล่าว เกิดขึ้นในการประชุมของ กกต. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 และ 4 มิถุนายน 2569
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้สมัคร สว.ทั้ง 1,767 คน เป็นผู้สมัครระดับอำเภอและระดับจังหวัด ไม่ได้เป็น สว.ในชุดปัจจุบัน
"พริษฐ์" ติง กกต. เอาผิดช้าเกินไป
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า กกต. สามารถตรวจสอบกรณีผู้สมัครขาดคุณสมบัติได้รวดเร็วกว่านี้ และควรตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่รับสมัคร แต่ กกต.ใช้เวลา 2 ปีกว่า แม้ผลลัพธ์เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่มองว่าช้าเกินไป
"ยิ่งชีพ" ชี้ เอาชาวบ้านติดคุกไม่มีประโยชน์
ขณะที่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ โพสต์ผ่าน Facebook หลังทราบข่าวมติ กกต.นี้ โดยโพสต์ยาวเหยียด แจงแจกประเด็นเรื่องการเปิดเผยเอกสารของผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ว่าเป็นการชี้ให้เห็นถึงความแปลกประหลาดของการเลือก สว.
รวมถึงเป็นการชี้ให้เห็นว่า กกต. ประมาทเลินเล่อในการรับสมัครเมื่อปี 2567 และพยายามชี้ให้เห็นถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของผู้สมัครบางคนที่อยู่ในเครือข่าย "ฮั้ว สว."
ประเด็นสำคัญ คือ กกต. ไม่ควรรับรองผลการเลือก สว.ตั้งแต่แรก หรือขั้นต่ำควรสั่งฟ้อง สว.ที่อยู่ในตำแหน่ง รวมถึงสั่งฟ้องคนในขบวนการจัดหาผู้สมัครมาโกงเลือก สว. มากกว่าการฟ้อง "ตัวเล็กตัวน้อย" เพียงไม่กี่คนเพื่อลดกระแส เพราะการเอาชาวบ้านไปติดคุกแล้วปล่อยให้ "นาย" ของพวกเขาลอยนวล แบบนี้ไม่ช่วยอะไร
"พริษฐ์" แฉ "นภินทร" เอี่ยวฮั้ว สว.
อีกประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กันของคดี "ฮั้ว สว." เมื่อวาน (27 ส.ค.) ในการประชุมสภาฯ นายพริษฐ์ ตั้งกระทู้ถามสดถึง นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่ชื่อเป็น 1 ใน 229 คน ที่ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. แต่นายนภินทร ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้
นายพริษฐ์ จึงฝากคำถามถึงนายนภินทรว่า ก่อนเลือก สว.ระดับประเทศ ในปี 2567 มีผู้สมัคร สว.รายหนึ่ง ถูกเชิญให้ไปพบนายนภินทร ที่ห้องทำงานกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 24 มิถุนายน 2567 หรือ 2 วันก่อนการเลือก สว.ระดับประเทศ อ้างว่ามีคนจะขอดูตัว
และครั้งที่ 2 วันที่ 25 มิถุนายน 2567 นายนภินทรได้นำเอกสารลาออกมาให้เซ็น โดยมีนัยยะ คือ การลาออกล่วงหน้า หรือคนที่มีใบลาออก จะสามารถควบคุมการลงมติได้ จึงต้องการถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่
โดยระหว่างที่นายพริษฐ์ กำลังอภิปราย ปรากฏว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการในฐานะรัฐมนตรี
ทำให้ "ประธานฯ โสภณ ซารัมย์" ต้องวินิจฉัย ก่อนที่นายพริษฐ์ จะได้พูดสรุปช่วงท้าย เรียกร้องให้นายนภินทร ตอบให้ชัดเจน รวมถึงเรียกร้องให้ "รองนายกฯ ศุภจี" ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ช่วยปกป้อง ไม่ให้มีใครสร้างหลักฐานเท็จย้อนหลัง
หลังจากนั้น นายนภินทร โพสต์ผ่าน Facebook ยืนยันว่าไม่ได้หนีตอบกระทู้ แต่ติดภารกิจจัดการเรื่องน้ำ พร้อมเชิญนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ เข้าพบรับเพื่อซักถามในทุก ๆ ประเด็นในวันนี้ (28 ส.ค.) เวลา 13.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
เปิดข้อมูล "ฮั้ว สว." หวังผลการเมือง ?
ด้าน นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ออกมาแถลงตั้งคำถามถึงการเปิดเผยข้อมูลคดี "ฮั้ว สว." ของนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ ว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่การจับแพะชนแกะ รวมถึงมีหลายส่วนที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเผยแพร่ต่อสาธารณะเข้าข่ายการละเมิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ หรือไม่ ?
และยังตั้งคำถามอีกว่า เหตุใดไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย หรือมีเจตนาแอบแฝง หรือต้องการผลลัพธ์ทางการเมือง หรือเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่
เพราะทั้งคู่มีการชี้นำ และพยายามกดดันองค์กรอิสระ เป็นการกระทำในลักษณะศาลเตี้ย ทำให้ สว.ถูกตัดสินไปแล้วล่วงหน้า
"บิ๊กเกรียง" พร้อมยอมรับทุกมติ กกต.
ด้าน พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 บอกว่า สว.ทุกคนพร้อมยอมรับมติของ กกต.ในคดี "ฮั้ว สว." ช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องคดี ถือเป็นหน้าที่และบทบาท แต่อย่าก้าวล้ำ และก้าวล่วงสิทธิ์กัน ขอให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย
เวทีกิจกรรมฝ่ายค้าน เปลี่ยนสถานที่จัด
ประเด็นการจัดกิจกรรมของพรรคฝ่ายค้าน หัวข้อ "การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ" ซึ่งจะมีการเปิดหลักฐานเด็ดคดี "ฮั้ว สว." และกำหนดจะจัดกันในวันเสาร์ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ
แต่ปรากฏว่าโรงแรมแจ้งว่าจะไม่ดำเนินการจัดงานดังกล่าวแล้ว ทำให้ล่าสุดคณะจัดงานได้เปลี่ยนสถานที่เป็น "อาคารรัฐสภา ชั้น B1" แทน