รวบแก๊งคอลเซนเตอร์ หลอกโอนเงิน 3 ล้านบาท

View icon 4
วันที่ 28 ส.ค. 2569 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ หลอกนักศึกษาให้โอนเงิน และส่งมอบเงินสด มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ ประกอบด้วยกลุ่มคนร้ายชาวเวียดนาม ชาวจีน และชาวไทย หลังร่วมกันโทรศัพท์ข่มขู่หลอกลวงนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านปทุมวัน สร้างมูลค่าความเสียหาย รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,617,000 บาท ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย ชายชาวเวียดนาม 2 คน, หญิงคนไทย 2 คน และชายคนไทย 1 คน ซึ่งแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกัน พร้อมของกลางโทรศัพท์ จำนวน 11 เครื่อง เสื้อผ้าที่ใส่ไปรับเงินสดที่โรงแรม 2 ชุด เงินสด จำนวน 792,690 บาท สมุดบัญชีธนาคาร 13 เล่ม สำเนาใบฝากถอนเงิน-ฝากเงินของธนาคาร และทรัพย์สินของมีค่าจำนวนมาก

ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง โทรศัพท์มาแจ้งว่า หมายเลขโทรศัพท์ของตนเองถูกนำไปเปิดใช้บริการที่ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ ชื่อว่า "สภ.เมืองเลย"

เพียงไม่กี่นาที คนร้ายโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์มาข่มขู่ว่า เกี่ยวข้องกับคดีการฟอกเงิน ให้โอนเงินทั้งหมดมาให้ตรวจสอบที่บัญชีกลาง ซึ่งตอนนั้นกลัวมาจึงหลงกล โอนเงินไปทั้งสิ้น 856,230.98 บาท ก่อนออกอุบายว่าต้องการตรวจสอบเงินเพิ่มเติม ให้ไปขอเงินที่ผู้ปกครอง โดยอ้างว่าจะนำไปขอทุนที่มหาวิทยาลัย เพื่อไปประเทศออสเตรีย พ่อจึงโอนเงินมาให้ 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 2.7 ล้านบาท จากนั้นคนร้ายบอกให้นำเงินสดมาให้อีก เพื่อนำเงินไปตรวจสอบ โดยนัดพบกันที่โรงแรม ย่านศรีนครินทร์ รวมทั้งสิ้นโอนเงินและมอบเงินสดไปทั้งหมด 5 ครั้ง

หลังจากนั้น คนร้ายให้ย้ายไปคุยผ่าน Telegram และบังคับห้ามวางสาย จนกว่าจะข้ามวัน กระทั่งอามาเห็น และสอบถามรายละเอียดทั้งหมด ประกอบกับนำข้อมูลไปตรวจสอบ ถึงรู้ว่าถูกหลอกจากแก๊งมิจฉาชีพ จึงแจ้งความทันที

ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลทางคดี เพื่อจับกุมทั้งขบวนการทั้งหมด เนื่องจากวิธีการคล้ายเดิม โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เสียหายกระทำความผิด ก่อนใช้อุบายหลอกลวง จึงแจ้งข้อหาเอาไว้ก่อนคือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, สมคบกันฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง