เนปาล-จีน เตือนภัยมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ในเทือกเขาหิมาลัย หวั่นทะเลสาบอาจล้นทะลัก

เนปาล-จีน เตือนภัยมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ในเทือกเขาหิมาลัย หวั่นทะเลสาบอาจล้นทะลัก

View icon 49
วันที่ 28 ส.ค. 2569 | 08.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เนปาลและจีน ประกาศเตือนเสี่ยงเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ในเทือกเขาหิมาลัย หลังทะเลสาบ 2 แห่ง ที่ก่อตัวขึ้นเสี่ยงล้นทะลัก ขอประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำตอนล่าง รวมเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

จากเหตุดินถล่มครั้งใหญ่และน้ำท่วมฉับพลันเมื่อวันพุธ (26 ส.ค. 69) ที่ผ่านมา บริเวณแถบหุบเขาแม่น้ำ Bhote Koshi และ Lhende River ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตราซูวา จังหวัดพากมาตี ประเทศเนปาล กับเขตจี่หรง เมืองชิกัตเซ เขตปกครองตนเองทิเบต ประเทศจีน ส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 350 คน ในฝั่งเนปาลและทิเบต และมีผู้สูญหายประมาณ 1,000 คน

วันนี้ (28 ส.ค. 69)  ทางเนปาลและจีน ได้ออกคำเตือนถึงความเสี่ยงการเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ในเทือกเขาหิมาลัย เนื่องจากทะเลสาบ 2 แห่ง ที่ก่อตัวขึ้นทั้งสองฝั่งของพรมแดนกำลังเสี่ยงจะทะลัก ในขณะที่ยังคงต้องรับมือกับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้

ทางหน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติของเนปาล ออกประกาศเตือนเมื่อวันพฤหัสบดี (27 ส.ค. 69) ว่า ระดับน้ำในทะเลสาบที่เกิดจากการสะสมของเศษซากที่ปิดกั้นทางน้ำในจุดเกิดเหตุ กำลังเพิ่มสูงขึ้นและมีความเสี่ยงที่จะแตกทะลักออกมา จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำตอนล่าง รวมถึงผู้ที่สัญจรบริเวณนั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปฏิบัติงาน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยซึ่งห่างจากริมฝั่งแม่น้ำและพื้นที่เสี่ยงภัย

ขณะที่ทางจีนได้ออกคำเตือนว่า คาดว่าจะมีปริมาณน้ำถึง 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกประมาณ 1,200 สระ ไหลลงสู่ทะเลสาบที่ถูกปิดกั้นด้วยเศษซากธรรมชาติในฝั่งจีนในช่วง 3 วันข้างหน้า ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงสูงที่เขื่อนธรรมชาติแห่งนี้จะแตกทะลัก โดยคาดว่าปริมาณน้ำจะไหลเข้าสู่จุดสูงสุดในช่วงวันที่ 1 กันยายนนี้

ทางสถานีโทรทัศน์ CGTN ของทางการจีน รายงานว่า ทีมกู้ภัยของจีนสามารถบันทึกภาพทางอากาศที่เผยให้เห็นการก่อตัวของทะเลสาบที่เกิดจากการปิดกั้นทางน้ำ (barrier lake) ได้เมื่อวานนี้  ซึ่งภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นมวลน้ำสีน้ำตาลที่สะสมตัวอยู่ในแอ่งน้ำโดยไม่มีทางระบายน้ำที่มองเห็นได้ชัดเจน น้ำได้ท่วมมิดพุ่มไม้และต้นไม้ และดูเหมือนว่าจะดันตัวเข้าปะทะกับแนวสันเขื่อนธรรมชาติที่เกิดจากการสะสมของเศษซากและก้อนหิน