''บวรศักดิ์'' แนะลดช่วงเวลาจัดเลือกตั้ง สกัดซื้อเสียง พร้อมเปิดโมเดลใช้ “รัฐสภา” โหวตเลือกกรรมการองค์กรอิสระ จากเดิมให้อำนาจแค่ สว.
.
วันนี้ (28 ส.ค.69) นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวบนเวทีสัมมนาทางวิชาการ ''วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก'' ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎรว่า ตอนหนึ่งว่า
.
รัฐธรรมนูญปี 2550 ยังคงกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มี 5 คน แต่ถูกปรับลดลงการให้ใบแดงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หลังการประกาศผลการเลือกตั้ง โดยถูกโอนไปยังศาล ซึ่ง กกต.จะให้ใบเหลืองหรือใบแดงได้ เฉพาะก่อนประกาศผล
.
กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้เพิ่มกรรมการ กกต. 7 คน มีอำนาจเช่นเดิม แต่ขยายเวลาการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จาก 30 วัน เป็น 60 วัน จนทำให้การตั้งคณะรัฐมนตรีไทยช้าที่สุดในโลก แต่ก็ไม่ได้มีการแจกใบเหลือง หรือใบแดง และรัฐธรรมนูญ 2560 ยังให้อำนาจ กกต. แจกใบส้มระงับการลงสมัครรับเลือกตั้ง กรณีมีส่วนให้เกิดการทุจริต และการแจกใบดำ เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้ง เพื่อประหารชีวิตทางการเมือง
.
นายบวรศักดิ์ ยังกล่าวถึงการเลือก สว.ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ไม่เคยเห็นมาก่อนในโลก ตั้งแต่การเลือกระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ รวมถึงการเลือกข้ามอาชีพ และผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญมั่นใจว่า ไม่มีการซื้อเสียง ไม่มีการจัดตั้งได้ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เชื่อว่าทุกคนคงเห็นอยู่ และรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ซึ่งถือเป็นการเขียนรัฐธรรมนูญเหมือนปี 2475 เขียนเหมือนไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีวิทยุ ไม่มีสื่อ ในขณะที่ การตั้งรัฐบาลนับตั้งแต่ สส. สิ้นอายุ ต้องมีคณะรัฐมนตรีเป็ดง่อยอยู่รักษาการถึง 5 เดือน ซึ่งถ้าประเทศไทยยังมีรัฐธรรมนูญเหมือนปี 2475 ไม่ได้แยแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ก็อย่าคิดจะไปแข่งขันอะไรกับใคร
.
นายบวรศักดิ์ ยังเห็นว่า การเลือกตั้งปี 2562 ที่เกิดขึ้นตามคณะกรรมการ กกต.หลังรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็เกิดปัญหาข้อครหาเอื้อประโยชน์พรรคพลังประชารัฐ และมีการแจกใบส้มให้ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แต่ กกต.แพ้คดีในศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รวมถึงยังเกิดปัญหาจุดเริ่มต้นการฮั้ว สว. ซึ่ง กกต.ชุดนี้ ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนฮั้ว สว. ที่มีความเห็นควรส่งฟ้องแล้ว จน กกต.มีการตั้งคณะอนุกรรมการอีกชุด และมีความเห็นไม่ส่งฟ้อง โดยไม่ได้ดูอดีต
นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ได้ จะกำหนดให้จัดการเลือกตั้งภายใน 30 วัน นับแต่มีการยุบสภา โดยเชื่อว่า จะสามารถป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงได้ และในกรณีสภาฯ ครบวาระให้จัดเลือกตั้งภายใน 15 วัน และให้รับรองผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน แต่ปัจจุบัน รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี อย่าคิดว่าจะไม่เกิดปัญหา
.
ส่วนการสรรหาคณะกรรมการองค์กรอิสระนั้น นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2558 ที่ถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.ตีตก ได้กำหนดให้คณะกรรมการสรรหา มาจากศาลฎีกา 2 คน, ศาลปกครองสูงสุด 2 คน, พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล 1 คน, คณะรัฐมนตรี 1 คน, พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน 2 คน และประธานกรรมการองค์กรอิสระ เลือกกันเองมาเป็นประธานคณะกรรมการสรรหา 1 คน และในการให้ความเห็นชอบ ควรใช้ที่ประชุมรัฐสภา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สส.รัฐบาล ฝ่ายค้าน และ สว. และให้ 3 กลุ่มเลือก คนที่ได้คะแนนสูงสุดจากฝ่ายรัฐบาล นับเป็น 1 เสียง, ฝ่ายค้าน 1 เสียง และ สว. 1 เสียง ใครได้คะแนน 2 ใน 3 ถือว่า ได้รับการคัดเลือก
.
นายบวรศักดิ์ ยังเสนอให้นำระบบถอดถอนกลับมาใช้ ถ้ายังไม่มีวุฒิสภาที่ดีมาทำหน้าที่ถอดถอน ต้องให้ประชาชนลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอน เช่น ระดับรัฐมนตรี ต้องลงมติทั้งประเทศ หรือถ้าถอดถอน สส. หรือ สว.ให้ใช้ภาค หรือจังหวัด
.
นายบวรศักดิ์ ยังเสนอให้ริบอำนาจการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ไปให้ที่ประชุมส่วนหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข รวมกันให้ได้ 7 คน ตั้งผู้แทนของขึ้นมาทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้ง โดยใช้ส่วนราชการทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น จัดการเลือกตั้ง โดยให้ กกต.ออกกฎเกณฑ์ และจับคนผิด หรือจับการทุจริต พร้อมยังเสนอให้ผู้สมัคร สส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง เพื่อเป็นทางออกของบ้านเมืองในปัจจุบันได้
.