บิ๊กเต่า ยัน โกงสอบท้องถิ่น ไร้การเมืองแทรกแซง เผย นายกเฮง ให้การเป็นประโยชน์ มั่นใจขยายผลเอาผิดถึงผู้บริหารระดับกรม
วันนี้ (28 ส.ค.69) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยความคืบหน้าการจับกุมและสอบปากคำ นายประวิทย์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย หรือนายกเฮง และ นางนวพร เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษว่า ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนนายเฮงยังให้การภาคเสธ แต่ก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยข้อมูลบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายผู้ต้องหามาให้การเพิ่มเติมและนำหลักฐานมาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 8 ก.ย.นี้
สำหรับการสอบสวนพบว่ารูปแบบขบวนการนี้มีการทำงานที่เป็นระบบ โดยมีแผนประทุษกรรมคล้ายกัน มีพฤติการณ์เปิดรับโควตาผู้ที่อยากรับราชการส่งขึ้นไปเป็นเส้นสาย ซึ่งพบว่ามีลักษณะเช่นนี้กระจายอยู่หลายจังหวัด
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมตั้งคำถามทำไมถึงให้ประกันตัวผู้ต้องหา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า คดีที่จังหวัดศรีสะเกษมีผู้เสียหายมาร้องเรียนเบื้องต้นเพียง 1 คน มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 650,000 บาท ตามข้อกฎหมายหากไม่ให้ประกันตัว จะมีเวลาควบคุมตัวทำสำนวนเพียง 48 วัน แต่หากปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนจะมีเวลาทำงานถึง 6 เดือน ทำให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้รัดกุมยิ่งขึ้น อีกทั้งในทางกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่มีสิทธิประกันตัวเพื่อไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่าภาพรวมมีผู้เสียหายที่ไปแจ้งความตามโรงพักต่าง ๆ อีกกว่า 40 คน และเมื่อรวมข้อมูลทั้งหมดคาดว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 100 คน ในจำนวนนี้มี 57 คน ที่จ่ายเงินและได้ตำแหน่ง ส่วนอีกกว่า 40 คน เป็นกลุ่มที่จ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้เงินคืนและไม่ได้ตำแหน่ง ซึ่งผู้เสียหายกลุ่มนี้ให้การว่าได้นำเงินสดไปมอบให้นายเฮง
ส่วนขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีทุจริตเกี่ยวกับการรับราชการ สำนวนส่วนใหญ่จะอยู่ในอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งปัจจุบัน ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ร่วมเป็นคณะไต่สวนด้วย ทำให้การประสานข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยผู้เสียหายที่ต้องการความรวดเร็วสามารถเดินทางมาร้องเรียนกับตำรวจ บก.ปปป. หรือกองปราบฯ ได้ทันที โดยตำรวจจะทำคดีคู่ขนานควบคู่ไปกับ ป.ป.ช.
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันด้วยว่า การทำงานของ ป.ป.ช. จะสามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ และขยายผลไปถึงผู้บริหารระดับกรมได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังเตรียมขยายผลไปยังตัวละครใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มของ นายพิชิต ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นที่เคยถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นข้อมูลทางการสืบสวน ส่วนกลุ่มบุคคลที่ใช้เส้นสายจนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้ว ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าใครเป็นใคร และอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ลาออก หรือสั่งให้ออกจากราชการ ยืนยันคดีนี้ไม่มีแรงกดดันหรือการเมืองแทรกแซง ตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา