พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และคณะ ไปตรวจเยี่ยมโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ณ เรือนจำกลางลำปาง จังหวัดลำปาง สนองพระปณิธานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการช่วยเหลือผู้ที่ขาดโอกาสและผู้ที่ก้าวพลาดในกระบวนการยุติธรรม ให้ได้รับการฟื้นฟู พัฒนาคุณภาพชีวิต และกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างมีคุณค่า โดยควบคุมผู้ต้องขังกำหนดโทษไม่เกิน 20 ปี ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังชาย-หญิง 2,220 ราย
โดยเป็นเรือนจำเป้าหมายที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีแผนจะเสด็จเปิดโครงการกำลังใจฯ ซึ่งได้มีการสำรวจความต้องการของผู้ต้องขัง รวมทั้งศักยภาพของเรือนจำและจังหวัดที่จะสนับสนุนการกลับคืนสู่สังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย เนื่องจากมีสัดส่วนประชากรผู้ต้องขังผู้สูงอายุต่อประชากรในจังหวัดสูง เป็นอันดับ 1 ของประเทศ จัดอยู่ในระดับสังคมสูงวัยระดับสุดยอด เรือนจำกลางลำปาง จึงได้จัดทำโรงเรียนผู้สูงวัย เป็นโรงเรียนผู้สูงวัยเรือนจำแห่งแรกในประเทศ โดยร่วมกับคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมกิจการผู้สูงอายุ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ รวมถึงพัฒนาการจัดสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังสูงวัย
พบว่าผู้ต้องขังมีความต้องการพัฒนาทักษะเพื่อประกอบอาชีพ ทั้งการประกอบอาหารและขนมไทย นวดแผนไทย เสริมสวย ตลอดจนความรู้ด้านกฎหมาย และได้น้อมนำแนวทางพระราชทานเกี่ยวกับการสร้างโอกาสในการทำงานกับสถานประกอบการ และการส่งเสริม "คนต้นแบบ" มาเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้ต้องขัง
ปัจจุบัน ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในการจัดการเรียนรู้ทั้งออนไลน์และฝึกปฏิบัติจริง อาทิ ทักษะดิจิทัลเพื่อประกอบอาชีพ กฎหมายเบื้องต้น การเงินและการออม ศาสตร์พยากรณ์ การประกอบอาหารและขนมไทย
ด้านการฝึกวิชาชีพภาคปฏิบัติ ส่งเสริมการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า เบเกอรี่ ขนมไทย การชงเครื่องดื่ม ซักอบรีด และผลิตงานฝีมือจากผ้า เพื่อให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้เมื่อพ้นโทษ
ทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังให้มีคุณภาพและมาตรฐาน มีผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน OTOP 3 รายการ ได้แก่ รถม้าจำลอง หมอนอิงปัก และตุ๊กตาหมีปิงปิง พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์เข้าสู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน 2 รายการ สะท้อนถึงการพัฒนาทักษะจากภายในเรือนจำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ มีเครือข่ายผู้ประกอบการ และเจ้าของกิจการในจังหวัด 9 แห่ง ที่สนับสนุนการจ้างงานและเปิดโอกาสให้ผู้พ้นโทษประกอบอาชีพสุจริต ทั้งงานก่อสร้าง งานนวดและสปา งานจำหน่ายสินค้า งานกำจัดปลวก งานออกแบบและติดตั้ง งานผลิตเสื้อผ้าและชุดกีฬา งานผ้าม่าน งานระบบกล้องวงจรปิดและระบบภาพเสียง ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการช่วยเหลือระหว่างต้องโทษ แต่มุ่งสร้างโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง มีอาชีพและรายได้ที่สุจริต เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ และลดโอกาสกลับไปกระทำผิดซ้ำ
ช่วงบ่าย เดินทางไปยังร้าน "ตัดผมชายโทกหัวช้าง" เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจ "คนต้นแบบ" ซึ่งพ้นโทษเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 และได้นำทักษะวิชาชีพด้านการตัดผมไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้เฉลี่ย 300-500บาท ต่อวัน พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มอบแก่คนต้นแบบ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ