วันนี้ (29 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สนธิกำลังร่วมกับ สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.กาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงของสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) อย่างเร่งด่วน
หลังเกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวได้รับอุบัติเหตุ ประกอบกับสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำและเศษซากวัชพืชพัดปะทะโครงสร้างสะพาน เบื้องต้นสั่งจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวบนสะพาน และเตือนงดเดินบริเวณขอบสะพาน พร้อมเตรียมเสนอแผนซ่อมแซมใหญ่ทั้งระบบ
ทางด้านนายจอมไตร ตันติเสวี ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพื้นที่ อ.สังขละบุรี มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำซองกาเรียเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีเศษสวะและท่อนไม้ลอยมาติดบริเวณเสาสะพานจำนวนมาก นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันเฝ้าระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างของสะพานไม้อุตตมานุสรณ์
ทั้งนี้อำเภอสังขละบุรีได้วางมาตรการรับมือออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ แผนระยะสั้น ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเสา พื้น และราวสะพาน หากพบจุดเสี่ยงที่อาจเกิดอันตราย จะดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขเป็นการเร่งด่วน
ส่วนแผนระยะยาว จะมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำโครงการซ่อมแซมสะพานทั้งระบบ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณ 40-50 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อ.สังขละบุรี ยืนยันว่าภาพรวมของสะพานยังคงมีความแข็งแรงเพียงพอ และยังสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมได้ตามปกติ
ส่วนทางด้าน นายสัณหรัฐ สมบัติทอง วิศวกรโยธาปฏิบัติการ ผู้แทนเจ้าหน้าที่จากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้จัดทำแบบรูปประเมินการก่อสร้างและระบุโซนจุดเสี่ยง เปิดเผยผลการตรวจสอบว่า บริเวณที่น่ากังวลและต้องเร่งดำเนินการซ่อมแซมโครงสร้างด้านล่างด่วนที่สุดจำนวน 3 จุดเสี่ยง บริเวณร่องน้ำลึก ซึ่งมีระยะห่างจากพื้นดินถึงพื้นสะพานยาวที่สุด ระยะห่างระหว่างเสา (Span) ค่อนข้างยาว ทำให้ตัวสะพานในจุดดังกล่าวอาจมีอาการแกว่งหรือเซได้
ทั้งนี้ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ยืนยันความพร้อมในการให้การสนับสนุนด้านวิชาการและองค์ความรู้ทางวิศวกรรม เพื่อร่วมกันซ่อมแซมและปรับปรุงสะพานมอญให้กลับมามีความมั่นคง ปลอดภัย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีต่อไปอย่างยั่งยืน
จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าวพบว่า นอกจากพื้นที่จุดเสี่ยงทั้ง 5 จุดบนสะพาน ที่ทางเทศบาลตำบลวังกะ นำกรวยและเชือกมากั้นเพื่อเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวแล้ว ยังพบว่าพื้นสะพาน รวมทั้งทางเดินหลายจุดไม้เริมผุ ตะปูเริ่มถอนจากไม้ เมื่อนำโดรนบินสำรวจโครงสร้างสะพานยังพบว่าไม้แกงแนงที่ใช้ยึดเสาสะพานหลายจุดได้หัก เสาบางต้นเริ่มผุและทรุดตามกาลเวลา
โดยเฉพาะเสาที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นร่องน้ำซองกาเลียเดิม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ต้องรับแรงปะทะจากกระแสน้ำและเศษสวะ ที่ลอยมาในแม่น้ำซองกาเลียทุกปีในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำป่าไหลหลากลงมา