หลังเพลิงสงบ พบ 300 แผงค้าเสียหายหมด วอนขโมยอย่าซ้ำเติมผู้ประกอบการ ขอความร่วมมือคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกนอกพื้นที่ เกรงได้รับผลกระทบจากควันพิษเพลิงไม้คลองถมเซ็นเตอร์
วันนี้ ( 29 ส.ค. 69 ) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังจากติดตามสถานการณ์ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ล่าสุดเช้านี้พบว่ายังคงมีกลุ่มควันลอยคละคลุ้งอยู่ภายในซากของอาคารที่เพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำควบคุมบริเวณโดยรอบเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ เนื่องจากตัวอาคารถล่มลงมา ทำให้ภายใต้ซากอาคารยังคงมีเชื้อเพลิงอยู่ ลักษณะเป็นเถ้าถ่าน จึงทำให้การฉีดน้ำไม่สามารถเข้าไปถึงในจุดนั้นได้ ทาง กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำรถแบ็กโฮเข้าเปิดทางเข้าไปด้านในเพื่อหาจุดต้นเพลิง แต่อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะโครงสร้างอาคารโดยรอบเสี่ยงที่จะถล่มลงมา ดังนั้นทุกอย่างต้องทำอย่างระมัดระวัง แต่เคราะห์ดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่พบผู้เสียชีวิต เนื่องจากตัวอาคารไม่ได้เป็นที่พักอาศัย มีเพียงผู้บาดเจ็บประมาณ 10 คน เป็นอาสาสมัคร 9 คน อาการสาหัส 1 คน ต้องใช้ท่อช่วยหายใจ ส่วนอีก 1 คน เป็นประชาชน ที่มีอาการสำลักควัน ขณะนี้อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์แล้ว ซึ่งอุปสรรคเมื่อคืนนี้ไม่ใช่เรื่องน้ำไม่พอ หรือหัวจ่ายน้ำดับเพลิงมีน้อย แต่ปัญหาใหญ่คือการลากสายเข้าไปฉีดน้ำคุมสถานการณ์
ส่วนความเสียหายเท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีผู้ประกอบการ 100 คน มีร้านค้าประมาณ 300 แผง ล่าสุดมีผู้มาแจ้งความจำนงกับสำนักงานเขตและประมาณ 70 คน เพราะว่าบางคนมีมากกว่า 1 แผง ส่วนการเยียวยา ทาง กทม.มีระเบียบและข้อบังคับในการพิจารณาช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่แล้ว แต่รายละเอียดตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ โดยสำนักงานเขตมีการตั้งเตนท์อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการเข้าแสดงความจำนงได้ที่บริเวณภายในวัดพระพิเรนทร์
ส่วนกรณีที่มีคนร้ายเข้ามาฉวยโอกาสขโมยของในช่วงชุลมุน เมื่อคืนได้มีการประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อให้เข้ามาดูแลความเรียบร้อยแล้ว และอยากฝากถึงช่วงที่ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ ซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนว่า มีโทษทางกฎหมายที่ชัดเจน และเป็นโทษหนัก
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังมีผลกระทบเกี่ยวกับเรื่อง ควันและกลิ่น ขอให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ เพราะควันมีระยะรัศมีขึ้นอยู่กับทิศทางลม ซึ่งตอนนี้ทิศทางลมไปทางเหนือ ไปทางวัดสระเกศ ระยะทางประมาณ 2-3 กม.โดยรอบ ทาง กทม. ได้มีการประสานอุปกรณ์วัดคุณภาพอากาศเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว
รวมทั้งยังมีอาคารพาณิชย์อีก 2-3 คูหาที่ได้รับผลกระทบ จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณชั้น 3 และชั้น 4 ถูกเพลิงเผาไหม้ และได้อพยพคนออกมาทั้งหมดแล้ว ความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ ส่วนจำนวนรถยนต์ที่จอดภายในอาคารขณะเกิดเหตุ ยังไม่ทราบจำนวน เนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ใกล้ปิดให้บริการ จึงไม่ทราบว่ามีรถจอดอยู่กี่คัน
นอกจากนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมายังมีเหตุเพลิงไหม้ใหญ่อีก 2 จุดคือที่ซอยรัชดาภิเษก 6 และซอยอ่อนนุช 27 ซึ่งมีผู้เสียหายเป็นหญิงเจ้าของบ้าน 1 คน