เจาะประเด็นข่าว 7HD - ข่าวนี้ต้องย้ำเตือนผู้ปกครองและนักศึกษา เพราะตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงตอนนี้มีน้อง ๆ นักศึกษาหลายสถานบัน ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่ามีคดี ส่งหมายจับปลอมมาให้ดู ขอให้โอนเงินไปตรวจสอบ ขู่ว่าหากไม่ทำตามหรือให้คนอื่นรู้ จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด ล่าสุดไปเกิดกับน้องนักศึกษาสาว ปี 2 มหาวิทยาลัยใน จังหวัดมหาสารคาม เคราะห์ยังดีช่วยไว้ทัน
ช่วยทัน นศ.สาวปี 2 ถอนเงินให้มิจฉาชีพ จ.มหาสารคาม
เป็นหลักฐานที่น้องนักศึกษา ชั้นปี 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จังหวัดมหาสารคาม บึนทึกเอาไว้ ระหว่างพุดคุยกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งตอนแรกน้องก็เอะก็ใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเชื่อ เพราะเห็นหมายจับ ที่มีตราครุฑบนหัวกระดาษที่แก๊งมิจฉาชีพส่งให้ดู มีชื่อเธอถูกดำเนินคดี ความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน
เธอจึงยอมทำตาม ไปเบิกเงินที่ธนาคารในตัวเมืองมหาสารคาม จำนวน 310,000 บาท แต่พนักงานธนาคารกสิกรไทย สังเกตเห็นพิรุธ ประสานตำรวจเข้าตรวจสอบ ช่วยระงับธุรกรรมได้ทัน ที่ต้องเอ่ยชื่อธนาคารเพราะต้องยกความดีความชอบให้ ที่สังเกตุพบ เพราะมีหลายธนาคารไม่สงสัยหรือเอะใจ ปล่อยให้เบิกเงินไป
น้องเล่าให้ฟังว่า ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายมือถือเจ้าหนึ่ง แจ้งว่าน้องมีความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน จากนั้นให้ติดต่อกับบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิจิตร ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีการพูดคุยทางโทรศัพท์และแชตผ่านไลน์ พร้อมกำชับไม่ให้บอกเรื่องดังกล่าวกับบุคคลอื่น มีการข่มขู่ ทำให้เกิดความหวาดกลัวและหลงเชื่อ
น้องจึงขอให้พ่อแม่ซึ่งประกอบอาชีพค้าขาย โอนเงินมาให้ ก่อนจะไปเบิกเงินที่ธนาคาร น้องบอกว่าใช้เวลาพูดคุยกับแก๊งมิจฉาชีพ 2 วัน
จับ สามี-ภรรยา ถอนเงินให้แก๊งสแกมเมอร์ จ.เชียงใหม่
ส่วนที่ จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจ PCT ภาค 5 บุกเข้าจับกุมนายปิติพร และ นางสาวรัตนาภรณ์ ขณะนอนพักอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียง ในข้อหา สนับสนุนให้ผู้อื่นฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือ บัญชีม้า
ตำรวจให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติที่ ตู้ ATM ในพื้นที่ อำเภอแม่โจ้ และ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะตู้ ATM บริเวณตลาดป่าเหมือด พบการถอนเงินมากถึง 37 ครั้ง ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต สันทราย 15 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 52 ครั้ง เชื่อมโยงกับหลายคดี มูลค่าความเสียหายหลักล้านบาท
จึงไปขอศาลออกหมายจับและเข้าจับกุมตัว ยึด มือถือ 2 เครื่อง บัตร ATM 3 ใบ สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม ทั้งคู่รับว่า ก่อนหน้านี้ไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ปอยเปต ก่อนจะข้ามกลับมาทำหน้าที่กดเงินในไทย ติดต่อกับเครือข่ายผ่านไลน์
ให้ไปถอนเงินจากตู้ ATM จากนั้นนำเงินสดไปฝากต่อยังจุดที่ได้รับคำสั่ง แลกกับค่าตอยแทน 5 เปอร์เซ็นต์จากยอดเงินที่นำไปฝาก