นศ.แพทย์ เหยื่อแก๊งคอลฯ อ้างพัวพันฟอกเงิน หลอกโอน-รับเงินสดถึงบ้าน 3 วันสูญเกือบ 11 ล้าน ช้ำหนัก ศูนย์ AOCC บอกให้โทรหาธนาคารอายัดเงินเอง เจ้าตัว เผยเหตุหลงเชื่อ กำลังทำวิจัย มีอาการเครียด กลัวมีประวัติอาชญากรรม จะเรียนไม่จบ
วันนี้ (28 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษาแพทย์ อายุ 25 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน โดยระบุว่า วันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเบอร์โทรศัพท์มือถือโทรเข้ามา เป็นเสียงผู้ชายอ้างตัวว่าเป็นพนักงานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือดัง แจ้งว่าเบอร์โทรศัพท์มือถือของตนไปพัวพันกับการฟอกเงินและบัญชีม้า ต้องติดต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย เพื่อลงบันทึกประจำวันยืนยันความบริสุทธิ์ ก่อนจะทำทีโอนสายไปหาอีกคน และให้แอดไลน์พูดคุยแทน พร้อมเปิดกล้องวิดีโอคอลเห็นเป็นผู้ชายใส่ชุดข้าราชการตำรวจ ประมาณ 2 นาทีก็ปิดกล้อง แล้วบอกว่า เรื่องนี้เป็นคดีใหญ่ ลับสุดยอด ห้ามบอกใคร ไม่เช่นนั้นมีความผิดไปด้วย ตนจึงเกิดความกลัว ไม่กล้าบอกใคร จนต้องคาสายไว้ตลอดทั้งคืน
เช้าวันต่อมา มิจฉาชีพอ้างว่า คดีนี้ต้องให้ผู้บังคับบัญชามาทำแทน จนมีผู้ชายคนที่ 3 อ้างตัวเป็นผู้กำกับการ สภ.เมืองเลย บอกว่าจะทำให้เป็นผู้บริสุทธิ์ ต้องแจงทรัพย์สินเพื่อความบริสุทธิ์ ตนโอนครั้งแรกประมาณ 500,000 บาท แต่ทางมิจฉาชีพบอกว่าให้แสดงทรัพย์สินทั้งหมด ตนจึงกดเงินสดอีกประมาณ 1,600,000 บาท ซึ่งทางมิจฉาชีพบอกว่าจะมีคนเข้าไปรับเงินสด หลังจากนั้นตนได้ทยอยโอนเงินไปเรื่อยๆ รวมแล้ว 11 ครั้ง 6 บัญชีธนาคาร เป็นเงินมากกว่า 6 ล้านบาท รวมทั้งยังมีคนมารับเงินสดอีก 3 ครั้ง เป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด เกือบ 11 ล้านบาท ซึ่งทุกครั้งที่ไปเบิกเงินสดจากธนาคาร มิจฉาชีพที่คาสายโทรศัพท์มือถือกำชับคำพูดให้อ้างว่านำเงินไปลงทุนทำธุรกิจ
กระทั่งวันที่ 25 ส.ค. มิจฉาชีพบอกว่า ต้องหนีไปอยู่ที่โรงแรม พร้อมให้คนไปรับเงินสด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่กำลังมาหา มิจฉาชีพบอกว่า ห้ามบอกพ่อแม่ ถ้ารู้จะจับเข้าคุกทั้งหมด ตอนนั้นตนทนไม่ไหวและค่อนข้างเชื่อว่าถูกหลอกจึงตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้พ่อแม่ฟัง ก่อนจะไปแจ้งความที่ สน.พญาไท
สำหรับเงินจำนวนดังกล่าว เป็นเงินที่พ่อแม่ตั้งใจเก็บไว้ให้ตนเป็นค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียน และตนก็ต้องโกหกพ่อแม่เป็นครั้งแรก ทำให้ตนรู้สึกผิด ส่วนเหตุผลที่หลงเชื่อ ยอมรับว่า ช่วงนั้นเป็นเวลาที่ตัวเองกำลังทำวิจัย มีอาการเครียดแล้ววิตกกังวล จึงกลัวว่าจะมีปัญหา อีกทั้งยังถูกข่มขู่ว่า ถ้ามีประวัติอาชญากรรมทุกอย่างที่เรียนมาจะเปล่าประโยชน์
นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ตนเองคาใจ คือคำพูดของเจ้าหน้าที่ศูนย์ AOCC 1441 บอกว่า ถ้าจำนวนเงินเยอะขนาดนี้ ต้องโทรหาธนาคารแล้วอายัดเอง ทั้งนี้ ตนฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคน ถ้ามีใครโทรมาข่มขู่ แอบอ้างตัวว่าเป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร หรืออะไรก็ตามแต่ ท้าไปเลยว่าให้เอาหมายจับหรือหลักฐานมาดู
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะประสานให้ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดพิสูจน์ทราบเอกลักษณ์บุคคลของชาย 2 คนที่มารับเงินสด ว่าส่งต่อให้กับใคร ส่วนกรณีบัญชีม้าตนเชื่อว่าไม่มีทางหนีพ้น