แฉ ผอ.โรงเรียน ฮั้วพ่อค้าไม้ ตัดต้นไม้ในโรงเรียนขาย

แฉ ผอ.โรงเรียน ฮั้วพ่อค้าไม้ ตัดต้นไม้ในโรงเรียนขาย

View icon 99
วันที่ 30 ส.ค. 2569 | 15.09 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ช็อกวงการศึกษา ศิษย์เก่ารวมพลังเปิดโปง ผอ.โรงเรียนดัง จ.กาฬสินธุ์ จับมือพ่อค้าไม้ ตัดต้นไม้ในรั้วโรงเรียนขาย มีหลักฐานชัดทั้งภาพและคลิปวิดีโอ สพม. สั่งเด้งเข้ากรุทันที

วันนี้ (30 ส.ค. 69) ที่ โรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ คณะศิษย์เก่า นำโดย นายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย พร้อม นายประสงค์ ปาลลา ประธานชมรม STONG ต้านทุจริตจังหวัดกาฬสินธุ์ นายประสิทธิ์ อาจบรรจง ส.อบจ.กาฬสินธุ์ ได้เข้าบันทึกภาพเก็บหลักฐานความเสียหายเพิ่มเติม กรณี ผอ.โรงเรียนกมลาไสย ตัดต้นไม้ภายในโรงเรียนถึง 32 ต้น

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ คณะศิษย์เก่าทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ได้ออกมาแสดงสัญลักษณ์ชูป้ายประท้วงเรียกร้องให้ ผอ.โรงเรียนกมลาไสย ออกมารับผิดชอบ พร้อมได้เข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย และ ตำรวจ สภ.กมลาไสย ให้ดำเนินคดีกับ ผอ.โรงเรียนพร้อมพวก ตามมาตรา 157 และในฐานความผิดอื่นเมื่อพบในภายหลัง

ต่อมาปรากฏหลักฐานในโลกโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์ภาพไปตามกลุ่มไลน์ ที่มีภาพชายฉกรรจ์และผู้หญิง ที่ระบุว่าเป็น ผอ.โรงเรียนกมลาไสย ควบคุมการตัดไม้ร่วมกับพ่อค้าไม้ภายในโรงเรียน ที่มีศิษย์เก่าบันทึกเอาไว้ได้ ทั้งคลิปวิดีโอและภาพถ่าย ในช่วงวันที่ 23 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา จนสร้างความมึนงง และตกใจต่อพฤติกรรมของ ผอ. คนดังกล่าว ต่างพากันตั้งคำถามว่า จะตัดต้นไม้ของโรงเรียนไปเพื่ออะไร นอกจากนี้ในกลุ่มไลน์ศิษย์เก่าก็ได้มีการแชร์ภาพสภาพต้นไม้ในอดีตและปัจจุบันเปรียบเทียบ พร้อมแสดงความรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายประสงค์ กล่าวว่า เบื้องต้น ทางชมรมสตรองจิตอาสาพอเพียงต้นทุจริต จ.กาฬสินธุ์ สังกัด ป.ป.ช.จ.กาฬสินธุ์ ได้ทราบข่าวทางสื่อและการประสานทางโทรศัพท์ ว่ามีการตัดไม้ในโรงเรียนกมลาไสย ก็ได้เข้ามาดู ซึ่งจุดไฮไลต์อยู่ที่การตัดไม้หวงห้าม เช่น ต้นสมอพิเภก เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่และมีอายุมาก ที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร อายุไม่น้อยกว่า 100 ปี ทั้งนี้ ตนเคยอยู่ที่นี่หลายปี ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียน คุ้นเคยกับต้นไม้ต้นนี้ดี ก็รู้สึกตกใจ จึงได้เข้ามาถามที่มาที่ไป ว่าได้ดำเนินการเป็นอย่างไร ปรากฏว่าจากการดูเอกสารแล้ว อาจเป็นเอกสารที่ไม่ถูกต้อง เช่น คนที่มาประชุมเพื่อความเห็นชอบ ไม่รู้ว่ามาครบองค์ประชุมไหม

อีกประการหนึ่ง เมื่อดูในวาระระเบียบของคณะกรรมการสถานศึกษา ระบุให้แค่การตัด แต่ง กิ่ง แต่ในหนังสือ ที่ส่งเข้าไปใน สพม.ไปยังเขต ซึ่งเขตไม่มีอำนาจอนุญาต เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าในการดำเนินการครั้งนี้ มีความผิดพลาดในเรื่องของการดำเนินการทางระเบียบ และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือไม่มีรายละเอียดในการประเมินมูลค่าของต้นไม้ที่ถูกตัดไป ตอนนี้ต้นไม้หาไม่เห็นเลย ขณะนี้ก็ไม่รู้ต้นไม้หายไปไหน รู้แค่ว่ามีการบริจาคเงินส่วนหนึ่งประมาณ 5-7 พันบาทเข้ามาโรงเรียน ซึ่งถ้ามูลค่าของต้นไม้กับเงินที่ได้รับบริจาคที่ผิดระเบียบ มันแตกต่างกันมาก ก็เข้าข่ายในเรื่องของการทุจริตในวงการราชการ เพราะฉะนั้น ทางชมรมสตรอง ทางโรงเรียน หรือหน่วยงานอื่นเห็นว่ามีความผิดปกติ ไม่ต้องถูกต้อง ก็สามารถดำเนินการต่อไปทาง ป.ป.ช.ประจำจังหวัดได้

นอกจากนี้ มีรายงานว่า การเคลื่อนไหวกดดันที่เกิดขึ้นหลายทาง รวมไปถึงต้นสังกัดมัธยมศึกษา ล่าสุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กาฬสินธุ์ ได้มีคำสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนกมลาไสย ไปช่วยราชการที่ สพม.กาฬสินธุ์ โดยให้ ผอ.โรงเรียนร่องคำ มารักษาราชการ ผอ.โรงเรียนกมลาไสย มีผลตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 69 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า การโยกย้ายครั้งนี้ถือว่าทาง สพม.กาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นได้รับรายงานตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา มีการส่งเจ้าหน้าที่ของ สพม.กาฬสินธุ์ เข้าไปสืบสวนในทางลับ ที่ยอมรับว่ามีความผิดปกติ เพราะสถานศึกษาหรือส่วนราชการถืออยู่ในการดูแลของ กรมธนารักษ์ การตัดต้นไม้ในพื้นที่จะต้องทำหนังสือขออนุญาตไปยัง ธนารักษ์พื้นที่ก่อน จากนั้นธนารักษ์ก็จะทำหนังสือถึงอธิบดีกรมธนารักษ์ เพื่อขออนุญาตเป็นราย ๆ ไปตามเหตุจำเป็น แต่การขอไม่มี มีเพียงการขอมติที่ประชุมกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนกมลาไสยเท่านั้น แต่ในเอกสารรายงานก็ระบุไว้ว่าเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ ไม่ใช่การตัดออกไปทั้งต้นเช่นนี้

ทั้งนี้ กรณีที่ปรากฏภาพในวันที่มีการตัดต้นไม้ ยังพบ ผอ.โรงเรียน ไปยืนพูดคุยกับพ่อค้าไม้ และมีการถ่ายภาพต้นไม้เอาไว้อีกหลายต้น ที่ตรงกันกับสิ่งที่ศิษย์เก่าเห็นการทำเครื่องหมายสัญลักษณ์กับต้นมะขามอายุ 30 ปีขึ้นไปถึง 18 ต้น จึงต้องการให้ตำรวจทำการสอบสวน และเรียกตัวพ่อค้าไม้มาสอบสวน ซึ่งเชื่อว่าจะได้ข้อเท็จจริง และคณะศิษย์เก่า รวมทั้งสมาคมผู้ปกครองฯ จะติดตามผลการสอบสวนของ สพม.กาฬสินธุ์ รวมถึงผลการสอบสวนทางคดีอาญาและตามมาตรา 157 ที่ได้แจ้งเอาไว้ รวมถึงทางปกครองที่ต้องพึ่งพาศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย โดยเฉพาะนายอำเภอกมลาไสย ก็ขอให้ออกมาติดตามเรื่องนี้ให้กับประชาชนด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง