ข่าวภาคค่ำ - กรุงเทพมหานคร เรียกรถแบ็กโฮที่เคยปฏิบัติงานรื้อซากอาคาร สตง.ถล่ม ขุดซากอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ เพื่อเร่งระบายความร้อน เปิดทางให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ มองฝนที่ตกลงมา ช่วยลดอุณหภูมิใต้ซากอาคารได้
หลังการประชุมแผน เพื่อกำหนดขอบเขตการทำงาน ก็ปรากฎว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นมา มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องบริเวณจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ "อาคารคลองถมเซ็นเตอร์" เจ้าหน้าที่จึงสั่งเตรียมอุปกรณ์ป้องกันน้ำ เพื่อนำไปบล็อกให้น้ำไหลกลับลงไปในหลุมที่เกิดเหตุ แทนการไหลลงบนพื้นถนน ให้อุณหภูมิใต้ซากอาคารเย็นตัวลง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า คืนนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญที่เคยร่วมงานรื้อถอนซากอาคาร สตง. เข้ามาร่วมดำเนินการชี้จุด เพื่อให้รถแบ็กโฮเข้ารื้อถอนเศษซากอาคารที่ได้รับความเสียหาย คาดจะดำเนินการแล้วเสร็จพร้อมให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจที่เกิดเหตุได้ 08.00 น. พรุ่งนี้ และคาดว่าในอีก 1-2 วัน จะสามารถส่งมอบพื้นที่คืนให้เจ้าของอาคาร ดำเนินการรื้อถอนตามขั้นตอนต่อไปได้
ส่วนตัวแทนผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ ยอมรับว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้รุนแรงที่สุด ส่วนตัวค่อนข้างกังวลสภาพจิตใจคนในครอบครัว ทุกคนเติบโตและผูกพันมากับอาคารคลองถม
ขณะที่หนึ่งในลูกจ้าง บอกว่า เพลิงไหม้ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ผู้ประกอบการ แต่ยังกระทบถึงคนที่เป็นลูกจ้าง ที่มีรายได้แบบเดือนชนเดือน ตกอยู่ในสภาวะยากลำบากไปตาม ๆ กัน
ด้าน พลตำรวจตรี ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เปิดเผยว่า จะยังจัดกำลังดูแลความปลอดภัยรอบพื้นที่เกิดเหตุ 24 ชั่วโมง ตามการประกาศของกรุงเทพมหานคร ยังไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการรายใด เข้าไปเก็บทรัพย์สินได้ และแม้พรุ่งนี้จะเป็นวันเปิดเรียน แต่ยังจำเป็นต้องปิดการจราจร ถนนวรจักร หน้าอาคารคลองถมฯ อีก 1 วัน
ทั้งนี้จากการสอบปากคำประจักษ์พยาน ให้การไปในทิศทางเดียวกันว่า เห็นกลุ่มควันพุ่งออกจากโซนกลางของพื้นที่ ยังไม่มีเบาะแสเรื่องการเผาไล่ที่ อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจของ พฐ.ที่จะเข้าตรวจสอบพร้อมฝ่ายโยธา กทม.อีกครั้งช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ จึงจะสรุปข้อเท็จจริงสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ได้