สาววัย 35 ปี ร้องหมอโรงพยาบาลชื่อดัง ใน จ.นครราชสีมา ลืมผ้าก๊อชในช่องคลอด หลังเข้ารับการตรวจมะเร็งหลังคลอด ไร้คำขอโทษจากหมอผู้รักษา
วันนี้ (31 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหญิงสาววัย 35 ปี ออกมาเปิดเผยเรื่องราวอุทาหรณ์ชวนผวา หลังเข้ารับการตรวจมะเร็งหลังคลอดที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.นครราชสีมา แต่กลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อแพทย์ลืมผ้าก๊อซค้างไว้ในช่องคลอด และปราศจากคำขอโทษโดยตรงจากแพทย์ผู้รักษา
น.ส.สุนิสา ชาว อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ได้เข้ารับการนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมทำหัตถการตัดชิ้นเนื้อบริเวณปากมดลูก เนื่องจากมีนัดตรวจหลังคลอดตามขั้นตอน โดยแพทย์ได้นัดให้ตัดชิ้นส่วนเพื่อตรวจหาเชื้อมะเร็ง ซึ่งในกระบวนการหลังจากการตัดชิ้นเนื้อ แพทย์ได้ทำการกดห้ามเลือด โดยใส่ผ้าก๊อซไว้ภายในช่องคลอด ต่อมาเมื่อถึงกำหนดออกจากโรงพยาบาลในวันที่ 22 ส.ค. 69 เจ้าหน้าที่ได้ทำการดึงผ้าก๊อซออก แต่กลับนำออกเพียงชิ้นเดียว และเหลือค้างไว้อีก 1 ชิ้น
กระทั่งในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ทางโรงพยาบาลได้โทรศัพท์มาแจ้ง ว่ายังมีผ้าก๊อซตกค้างอยู่ และนัดหมายให้เดินทางมาเอาออกในบ่ายวันที่ 23 ส.ค. 69 ที่หอผู้ป่วย (Ward) แต่เมื่อไปถึง พยาบาลกลับแจ้งว่าแพทย์ติดภารกิจผ่าตัดด่วนประมาณ 3-4 ชั่วโมง ให้เดินทางมาใหม่ในวันถัดไป
น.ส.สุนิสา บอกอีกว่า ต่อมาเช้าวันที่ 24 ส.ค. 69 ได้เดินทางไปยังแผนกผู้ป่วยนอกสูตินรีเวชตามนัดหมาย แต่หลังจากนั่งรอคิวนานกว่าครึ่งชั่วโมง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งขั้นตอนหรือให้ข้อมูลใด ๆ จึงตัดสินใจย้ายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง เพื่อนำผ้าก๊อซที่เหลืออยู่ออกทันที หลังจากนำผ้าก๊อซออกแล้ว พบว่ามีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก จนต้องเดินทางกลับมารับการรักษาสมทบตามสิทธิ์ และต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
น.ส.สุนิสา บอกด้วยว่า ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้กับตัวเองในวัยเพียง 35 ปี สิ่งที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจยิ่งกว่า คือตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เคยได้รับคำขอโทษจากแพทย์ผู้ทำหัตถการเลยแม้แต่คำเดียว มีเพียงบุคลากรทางการแพทย์คนอื่นที่เข้ามาแสดงความเสียใจแทน พร้อมทั้งเสนอจัดสรรห้องพักพิเศษให้สำหรับการเข้าพักรักษาในครั้งนี้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการทำหัตถการทางการแพทย์ ตลอดจนการรับมือและเยียวยาจิตใจผู้ป่วยเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นในโรงพยาบาล