"เอกนิติ" ยืนกราน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จำเป็นเร่งด่วน สู้วิกฤตเศรษฐกิจโลก กางตัวเลขเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2 อ่อนแอ ขาดดุลเกือบ 6 แสนล้าน เปรียบไทยเหมือนบ้านหลังคารั่ว ต้องรีบเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดนำเข้าก๊าซ-น้ำมัน ย้ำทุกโครงการโปร่งใส ไม่มีโกง เข้มงวดตรวจสอบไม่ให้มีโครงการเก่ามาตัดแปะให้เกิดรั่วไหล
ในการประชุมวุฒิสภามีวาระพิจารณา พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงานและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอบคุณทุกความเห็น ทุกข้อสังเกตของสมาชิกวุฒิสภา ที่มีทั้งความเห็นที่แตกต่าง และสอดคล้องกัน แต่ยืนยันว่า พ.ร.ก.กู้เงินเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพราะวิกฤตครั้งนี้ต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจในอดีต เพราะตัวเลขเศรษฐกิจ ไตรมาสสองยืนยันได้ว่า ถ้าไม่มี พ.ร.ก.ฉบับนี้ วิกฤตจะหนัก เพราะวิกฤติรอบนี้มาเป็นระลอกๆ เป็นวิกฤติพลังงาน ไม่รู้จะจบเมื่อไร ระลอกแรก วิกฤตน้ำมันตลาดโลกที่สูงขึ้น60-70% ระลอกสอง วิกฤตของแพง จากค่าขนส่งแพงขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3% ระลอกสาม การบริโภคภาคเอกชนติดลบ ทำให้คนตกงาน ธุรกิจปิดตัว เริ่มเห็นสัญญาณกันแล้ว วิกฤตระลอกนี้จะหนักมาก จะเป็นแผลเป็นเศรษฐกิจที่ลบไม่ออก
พ.ร.ก.กู้เงิน มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ คือ 1.เยียวยาประชาชน ช่วยลดค่าครองชีพ จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 2.การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ประเทศไทยนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ สูงมากเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย จนดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาสสอง ขาดดุลเกือบ 6 แสนล้านบาท ในไตรมาสเดียว เป็นความอ่อนแอเศรษฐกิจไทย จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนผ่านพลังงาน
“วันนี้บ้านประเทศไทยหลังคารั่ว ฝนตกแต่ละทีต้องหาถังมารองน้ำ แต่ถ้าเราซ่อมหลังคา เปลี่ยนหลังคา ก็ไม่ต้องหาถังมารองน้ำอีก เหมือนการกู้เงินมาเรื่อย ๆ แต่ไม่ลงทุนเปลี่ยนหลังคา หรือเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยไม่รู้ว่าสงครามตะวันออกกลางจะจบเมื่อไร ถ้ามรสุมยังเข้ามาอีกหลายระลอก ก็ต้องไปซื้อถังมารอง ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หันมาใช้ของที่มาจากสินค้าเกษตรแทน” นายเอกนิติกล่าว
ส่วนข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสและความคุ้มค่าในโครงการต่าง ๆ นายเอกนิติ ระบุว่า ตนย้ำตลอดว่า การใช้เงินใน พ.ร.ก.นี้ ต้องชัดเจน คุ้มค่า โปร่งใส มีการกลั่นกรองโครงการไม่ให้เกิดคอรัปชัน ทุกโครงการที่เสนอมาจะเปิดเผยบนเว็บไซต์ให้ตรวจสอบได้ วันนี้เราเข้มงวด ไม่เอาโครงการเก่ามาตัดแปะให้เกิดการรั่วไหล ทุกโครงการต้องตอบโจทย์ความคุ้มค่า ช่วยสร้างการจ้างงาน การพัฒนาทักษะให้คนไทย ทั้งหมดเป็นความตั้งใจให้เกิดความโปร่งใส ถ้าทุกคนช่วยกัน จะสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ ไม่มีใครรู้มรสุมเศรฐกิจโลกจะมาอีกเมื่อไร แต่วันนี้ต้องสร้างบ้านให้แข็งแรง ไม่ให้เปียกฝน ต้องเปลี่ยนหลังคาประเทศไทย หากมรสุมมาอีก ประเทศไทยจะแข็งแกร่งกว่าเดิม
ที่สุด ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติ 135 ต่อ 11 งดออกเสียง 28 เห็นชอบ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงานและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ