ห้องข่าวภาคเที่ยง - ขับขี่รถบนท้องถนน เกิดไปเฉี่ยวชนรถคันอื่นโดยตั้งใจหรือไม่ ก็ควรจะจอดรถพูดคุยกันดี ๆ แต่มีพฤติกรรมของผู้ใช้รถจักรยานยนต์รายหนึ่ง ขี่ไปเฉี่ยวรถคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด แต่กลับก่อเหตุซ้ำ แบบไม่สำนึก
เหตุการณ์นี้เกิดในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี รถเก๋งก็แล่นมาตามปกติในช่องทางของตัวเอง ก็มีรถจักรยานยนต์ขี่ย้อนศรมา พอขี่ผ่านด้านข้างรถเก๋ง ก็ไปเฉี่ยวเข้าที่กระจกมองข้างจนเกิดเสียงดัง
ต่างฝ่ายต่างจอด คนขับรถเก๋งก็ถอยหลังไปเพื่อจะพูดคุย แต่คนขี่รถจักรยานยนต์ก็กลับรถ แล้วขี่ขึ้นมาเทียบด้านข้างคนขับรถเก๋ง แล้วใช้มือทุบเข้าที่กระจกมองข้างอีกครั้ง ก่อนจะขี่หนีไป
คนขับรถเก๋งขับตามไป ตะโกนถามอยู่หลายรอบ แต่คู่กรณีกลับย้อนถามด้วยความหยาบคาย จนคนขับรถเก๋งสติหลุด ขับตามไปตะโกนต่อว่า ขณะที่อีกฝ่ายก็ยั่วยุอย่างไม่ลดละ และไม่มีถ้าทีว่าจะสำนึก ทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายผิดอย่างชัดเจน
หลังเกิดเฉี่ยวชนแล้วหนี คนขับรถเก๋งก็บอกให้คนที่นั่งด้านข้าง ๆ จดยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีเอาไว้แล้ว และหลังจากขับรถไล่ตามไปจากในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ไปจนถึงถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา กทม. เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร คนขี่รถจักรยานยนต์ก็ไม่มีทีท่าจะยอมพูดคุย ยังคงขี่หนีไปเรื่อย ๆ คนขับรถจึงตัดสินใจเลิกตาม และเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด ในความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ และเข้าแจ้งความซ้ำ ในคดีอาญา ฐานทำให้เสียทรัพย์
เมื่อเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้า ทางตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ปากเกร็ด บอกว่า ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พบว่า ทะเบียนรถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุ ตรงกับที่ผู้เสียหายนำมาแจ้งความเอาไว้
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนจะเร่งรัดออกหมายเรียกผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว มาสอบปากคำ ว่าเป็นผู้ขับขี่ในวันเกิดเหตุเอง หรือ มีผู้อื่นนำไปใช้ เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป