ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด กระทรวงการคลัง ให้โอกาสสุดท้ายทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค. เวลา 23.00 น.โดยวันนี้ ถือว่าหมดเขตดำหนดแล้ว ต้องมารอลุ้นว่า 30 กันยายนนี้ ใครจะได้รับสิทธิคืน มาดูกันว่า เกณฑ์คุณสมบัติใหม่ต่างจากรอบที่แล้วอย่างไร
1. เกณฑ์คุณสมบัติรอบใหม่ จะตรวจสอบเป็นเกณฑ์รายบุคคล ต่างจากรอบที่แล้วที่ตรวจสอบเป็นเกณฑ์ครัวเรือนร่วมด้วย
2. เพิ่มเกณฑ์บุคคลไม่เข้าข่าย ได้แก่
2.1 นักเรียน นักศึกษา
2.2 หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยเลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
2.3 ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
2.4 ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
2.5 ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ได้มีการชำระเบี้ยประกันภัยแล้วตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
2.6 บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
2.7 บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ (บุตรฯ) ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับบุตรฯ
2.8 คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส
3. เพิ่ม “การเป็นผู้มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี”
4. มีการระบุประเภททรัพย์สินทางการเงิน โดยต้องเป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินหรือมีทรัพย์สินทางการเงินที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่
4.1. เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
4.2 สลากของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์
5. เพิ่ม “ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด”
6. เพิ่ม “ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
อย่างไรก็ตาม เรื่องของกรรมสิทธิรถ ที่เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หลายคนถูกตัดสิทธิไปนั้น หากเห็นว่าข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือมีข้อเท็จจริงที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม ก็มีการปรับข้อมูลให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่ให้เสียโอกาสในการได้รับสิทธิที่พึงได้รับ
คุณสมบัติและเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาสำหรับโครงการลงทะเบียนรอบใหม่
1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
2. เป็นผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน
3. ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
3.1. ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
3.2 ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง
3.3 บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
3.4 นักเรียน นักศึกษา
3.5 บุคคลดังต่อไปนี้
3.5.1 ข้าราชการ
3.5.2 พนักงานราชการ
3.5.3 พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (รอบปีปฏิทิน)
3.5.4 ผู้รับบำเหน็จรายเดือน
3.5.5 ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
3.6 ข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535
3.7 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา
3.8 หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วย เลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
3.9 ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
3.10 ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
3.11 ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ได้มีการชำระเบี้ยประกันภัยแล้วตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
3.12 บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
3.13 บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ (บุตรฯ) ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับบุตรฯ
3.14 คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส
4. เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
5. เป็นผู้มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
6. เป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินหรือมีทรัพย์สินทางการเงินที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่
6.1. เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
6.2 สลากของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์
7. ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
8. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
8.1 มีกรรมสิทธิ์ในห้องชุด รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร และ
8.2 กรณีผู้ที่เป็นเกษตรกร**
8.2.1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
8.2.2 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อรวมกันกับข้อ 8.2.1 แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 10 ไร่
8.3 กรณีผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร**
8.3.1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
8.3.2 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เมื่อรวมกันกับข้อ 8.3.1) แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่
9. ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต
10. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
* ฐานข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติ จะเป็นไปตามฐานข้อมูล ณ วันที่คณะกรรมการฯ กำหนด
** ผู้ที่เป็นเกษตรกร หมายความว่า ผู้ที่มีรายชื่อเป็นเกษตรกรตามฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เกณฑ์พิจารณาของผู้ลงทะเบียนที่เป็นเกษตรกร แตกต่างจากผู้ลงทะเบียนที่ไม่เป็นเกษตรกร หรือไม่
เกณฑ์พิจารณาของผู้ลงทะเบียนที่เป็นเกษตรกร จะแตกต่างจากผู้ลงทะเบียนที่ไม่เป็นเกษตรกร ในเกณฑ์อสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ลงทะเบียนที่เป็นเกษตรกร จะต้องมีที่ดินและใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร จะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียน จะต้องมีรายชื่อเป็นเกษตรกรตามฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐหรือได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงจะถือว่าผู้ลงทะเบียนใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตร
ประกาศผลผู้ทบทวนสิทธิ ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติรอบนี้จะเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
อ่านข่าว : คืนสิทธิคนมีรถ บัตรสวัสดิการฯ รีบยื่น กลุ่มนี้มีโอกาสได้คืน