สปป.ลาว ผลักดัน 92 คนไทยกลับประเทศ โดนจับข้อหาฉ้อโกงทางโทรศัพท์ ไม่มีใครถูกบังคับค้ามนุษย์ ในจำนวนนี้ 15 คนมีหมายจับคดียาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน บัญชีม้า อั้งยี่ อาชญากรรมข้ามชาติ
วันนี้ (1 ก.ย.69) ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย อ.เชียงของ จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ร่วมรับตัว 92 คนไทยจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว หลังจากคนไทยทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหา "ฉ้อโกงทางโทรศัพท์ ลักลอบประกอบอาชีพ และลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย
หลังคดีสิ้นสุดแล้ว ทางการ สปป.ลาว ได้ผลักดันส่งกลับประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ National Referral Mechanism (NRM) จากการคัดกรองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ โดยส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่า เดินทางไปหางานทำ หลังพบประกาศรับสมัครงานผ่านกลุ่มหางานในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเสนอค่าตอบแทนเดือนละ 18,000-25,000 บาท พร้อมที่พักและอาหารฟรี จึงเชื่อและตัดสินใจเดินทางไปทำงาน
อย่างไรก็ตาม หลายคนอ้างว่ายังไม่ได้เริ่มงาน ก็ถูกเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว จับกุมเสียก่อน ขณะที่จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีจำนวน 15 คน มีหมายจับติดตัว แยกเป็นชาย 11 คน เป็นหญิง 4 คน โดยมีหมายจับ ในข้อกล่าวหาต่าง ๆ อาทิ ค้ายาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ยักยอกทรัพย์ เปิดบัญชีม้า อั้งยี่ช่องโจร ร่วมกับอาชญากรรมข้ามชาติ ฉ้อโกงประชาชน เป็นต้น
ทั้งนี้มีรายงานว่า คนไทยทั้งหมด ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา บริเวณที่ถูกจับกุมอยู่ใกล้กับคิงส์โรมัน แต่อยู่นอกเขต เศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ หลังถูกผลักดันกลับประเทศ คนไทยทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหา เข้า/ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ถูกกฏหมาย มีโทษเปรียบเทียบปรับคนละประมาณ 2,000 บาท
ทางด้าน ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน สำนักงานเชียงของ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อคำชักชวนให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะข้อเสนอที่อ้างว่ามีรายได้สูง ทำงานง่าย และไม่ต้องมีประสบการณ์ เนื่องจากอาจเป็นกลลวงของขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ผู้ที่หลงเชื่อเดินทางไปทำงานอาจถูกบังคับให้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ หรือถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลและบัญชีธนาคารไปใช้เป็น “บัญชีม้า” ซึ่งอาจทำให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว และอาจต้องรับผิดตามกฎหมายในภายหลัง ขอให้ตรวจสอบข้อมูลบริษัท นายจ้าง และลักษณะงานอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจเดินทาง หากพบการชักชวนที่มีพิรุธ หรือสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวง ควรปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อและหลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันกับการกระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์