เช้านี้ที่หมอชิต - ท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมรับเรือ USS Abraham Lincoln เข้าเทียบท่า พร้อมกับเรือคุ้มกันอีก 4 ลำ
ซึ่งเรือ USS Abraham Lincoln เคยเข้าเทียบท่า ที่ท่าเรือแหลมฉบังมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อเดือนเมษายนปี 2549 และเดือนมกราคา ปี 2555 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่จะเข้าเทียบท่า ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายนที่จะถึงนี้
นายวีรชาติ พุทธรักษา รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เปิดเผยว่า ภารกิจครั้งนี้ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในภาพรวมของจังหวัดชลบุรี เพื่อดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกกำลังพลที่จะเดินทางเข้าพื้นที่
โดยท่าเรือแหลมฉบัง จะแยกประตู และเส้นทางสำหรับการเข้า-ออกของรถ และผู้ใช้บริการบางส่วน โดยประตู 3 จะชะลอการใช้งานเป็นการชั่วคราวประมาณ 7 วัน เพื่อให้การบริหารจัดการพื้นที่ในช่วงที่ เรือสหรัฐฯ ทั้ง 5 ลำเข้าเทียบท่า
ขณะที่กลุ่มสตรีเมืองพัทยา เร่งจัดเตรียมผ้าไทย ในรูปแบบ "พวงมาลัย" ด้วยการม้วนและผูกผ้าเป็นลูกต่อกัน ก่อนตกแต่งด้วยโบและป้ายข้อความ "A Souvenir from Pattaya City" หรือ "ของที่ระลึกจากเมืองพัทยา" เพื่อมอบให้กำลังพลสหรัฐฯ ชุดแรก ที่จะเดินทางมาพักผ่อนในวันนี้
ขณะที่จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า โรงแรมต่าง ๆ ได้เตรียมความพร้อมรองรับกำลังพล โดยจัดพื้นที่สำหรับเช็กอิน เพิ่มตู้เอทีเอ็ม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเบิกเงินสด รวมถึงเตรียมบริการด้านอาหารและห้องพัก สำหรับกำลังพลบางส่วนที่เลือกเข้าพักภายในโรงแรม
โดยนางสาวธัญญรัตน์ มหิทธิเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงแรมฮาร์ดร็อคพัทยา เปิดเผยว่า จากประสบการณ์การรองรับกำลังพลทหารสหรัฐฯ ที่เดินทางมาเมืองพัทยา ในช่วงที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้าพักจะแตกต่างกันในแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ และระยะเวลาการขึ้นฝั่ง โดยกำลังพลจะเลือกที่พักตามความต้องการและงบประมาณ กระจายไปตามโรงแรมและเกสต์เฮาส์หลายแห่งทั่วเมือง ขณะที่บางส่วนเลือกกลับไปพักบนเรือ
เมื่อคืนที่ผ่านมา ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพัทยา โดยเฉพาะย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ได้ขึ้นป้ายข้อความต้อนรับกำลังพลสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง และธุรกิจบริการในพื้นที่ต่างเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่กำลังจะเดินทางเข้ามา
ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้วางมาตรการดูแลด้านความปลอดภัย และประสานสถานีตำรวจพื้นที่ใกล้เคียงสนับสนุนด้านกำลังพล ภายใต้แนวทาง "ยกระดับความปลอดภัย แต่ไม่สร้างความตื่นตระหนก"