ห้องข่าวภาคเที่ยง - ใกล้จะครบสัญญาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่จนถึงขณะนี้ "เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำตาปี" จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จนชาวบ้านหวั่นว่า ในฤดูน้ำหลาก ตลิ่งอาจถูกกระแสน้ำกัดเซาะอีกครั้ง จึงร้องเรียนมายังคอลัมน์หมายเลข 7 ติดตามเรื่องนี้กับคุณณัฐดนัย ใหม่ซ้อน วันนี้นำเสนอเป็นตอนแรก
ภาพมุมสูงของโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำตาปี ช่วงที่ 1 อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ความยาว 252 เมตร แสดงให้เห็นโครงการฯ ยังคืบหน้าไปไม่มาก
พบ บริษัท เอส ซี จี 1995 จำกัด ผู้รับจ้าง ดำเนินงานเปิดหน้าดิน และวางหินทิ้งตีนเขื่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้ตอกเสาเข็ม และดำเนินงานในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่โครงการฯ ช่วงที่ 4 ความยาว 493 เมตร มีความคืบหน้าน้อยกว่าช่วงที่ 1 มาก และพบวัสดุก่อสร้าง กองอยู่บริเวณโครงการฯ จำนวนมาก จนวัชพืชขึ้นรก โดยทั้ง 2 ช่วง มีความยาว 745 เมตร งบประมาณ 84 ล้านบาท
วันที่คอลัมน์หมายเลข 7 ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ภูมิภาคที่ 13 ตรงกับวันที่ 26 สิงหาคม 2569 และได้พบกับผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งรับผิดชอบโครงการฯ นี้ ระบุมีความคืบหน้าการก่อสร้าง เพียงร้อยละ 23.32 หรือไม่ถึง 1 ใน 4 ของภาพรวมโครงการฯ ทั้งหมด
ทั้งที่สัญญาจ้างจะครบกำหนด วันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ดังนั้น เมื่อประเมินจากภาพที่เห็น บริษัทผู้รับจ้างจึงยอมรับว่า คงเสร็จไม่ทันกำหนดตามสัญญา สาเหตุเพราะขาดสภาพคล่อง
ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ยังให้ข้อมูลว่าบริษัทผู้รับจ้างขาดแคลนทั้งแรงงาน และเงิน ทำให้ความล่าช้าเกิดขึ้น ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง เคยทำหนังสือเร่งรัดแจ้งไปยังบริษัทผู้รับจ้างหลายฉบับ ในที่สุด กรมฯ จึงมีมาตรการตัดสิทธิ์การยื่นเสนอราคาของบริษัทฯ นี้ ทำให้โครงการใหม่ ตั้งแต่ปี 2568 จะไม่สามารถประมูลงานได้ จนกว่าโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ จะก่อสร้างแล้วเสร็จ
ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ภูมิภาคที่ 13 กังวลว่า หากโครงการเสร็จล่าช้า จะยิ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวม เพราะใกล้ถึงฤดูน้ำหลาก อาจทำให้ตลิ่งถูกกัดเซาะมากขึ้น
สำหรับโครงการฯ นี้ เกิดขึ้นจากการร้องขอของชาวบ้าน ให้มีเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำตาปีตลอดแนว หลังจากก่อนหน้านี้ ได้ก่อสร้างช่วงที่ 2 และ 3 แล้ว หากครบทั้ง 4 ช่วง จะป้องกันการกัดเซาะตลิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เท่ากับว่า ปัญหาสำคัญเวลานี้ คือ บริษัทผู้รับจ้าง ขาดสภาพคล่อง แต่บริษัทฯ ยืนยันว่า จะดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนมีนาคม 2570 โดยยอมเสียค่าปรับ ซึ่งตามสัญญาระบุไว้ ต้องเสียค่าปรับวันละ 84,107 บาท
หากกำหนดระยะสิ้นสุดสัญญา มีนาคม 2570 เท่ากับว่า บริษัทฯ ต้องเสียค่าปรับเป็นเงินกว่า 17 ล้านบาท
#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำตาปี