เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย ในขณะที่ชาวเนปาลร่วมจุดเทียนไว้อาลัยท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมา ล่าสุด ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 1,000 คน
ในช่วงเย็นวานนี้ (1 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ชาวเนปาลหลายร้อยคนเดินทางหลายกิโลเมตรฝ่าสายฝนที่ตกหนัก เพื่อร่วมไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ด้วยการจุดเทียนไว้อาลัยและวางดอกไม้บริเวณจุดฝังศพของผู้เสียชีวิตที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ล่าสุด ทางการเนปาล ระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุธารน้ำแข็งถล่มครั้งนี้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,093 คนแล้ว และยังคงสูญหายอีกราว 4,000 คน
ขณะเดียวกัน ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายยังคงเดินหน้าต่อไป รวมทั้งการค้นหาคนงานหลายร้อยคนที่เชื่อว่ายังติดอยู่ในอุโมงค์โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ 11 แห่ง โดยก่อนหน้านี้ มีการเผยภาพที่บันทึกได้จากโดรนตรวจจับความร้อนที่ส่งเข้าไปสำรวจอุโมงค์ในเขตราซูวา (Rasuwa) ของเนปาล แต่ก็ไม่พบสัญญาณชีพใด ๆ ยกเว้นความมืดมิด แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงเดินหน้าหาทางเข้าไปในจุดที่เชื่อว่าคนงานยังคงติดอยู่ใต้ดิน และนอกจากการใช้โดรนเข้าไปสำรวจภายในอุโมงค์แล้ว ยังมีการส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารเข้าไปค้นหาด้วย บางจุดมีดินโคลนทับถมสูงยากต่อการเดิน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนอนราบบนกระดานและค่อย ๆ ใช้ไม้และเชือกลากตัวเจ้าหน้าที่เข้าไปค้นหาตามจุดต่าง ๆ
ขณะที่ สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP (United Nations Development Programme) ประเมินเบื้องต้นว่าภัยพิบัติครั้งนี้ทิ้งเศษซากไว้ไม่ต่ำกว่า 2.2 ล้านตัน ซึ่งรวมถึงซากชิ้นส่วนอาคาร, หิน และดินตะกอน ซึ่งซากปรักหักพังจำนวนมหาศาลแสดงให้เห็นถึงขนาดของความเสียหายและความท้าทายที่ชุมชนต้องเผชิญในการฟื้นฟูบ้านเมือง
ทั้งนี้ ทางการเนปาล รายงานว่า ขณะนี้มีผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือแล้วมากกว่า 11,000 คน ไฟฟ้าและระบบการสื่อสารในบางพื้นที่เริ่มกลับมาใช้งานได้ตามปกติ และเจ้าหน้าที่สามารถเดินทางเข้าไปพื้นที่ประสบภัยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลแล้ว