ข่าวภาคค่ำ - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประชุมหารือกับสภาองค์การนายจ้างฯ เตรียมเดินหน้าจัดเก็บเงินสะสมเข้า "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" โดยต้องจ่ายฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง ซึ่งจะเริ่มเดือนตุลาคมนี้
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประชุมร่วมกับสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดเก็บเงินสะสม และเงินสมทบเข้า "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" ที่จะมีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ (2569)
โดยมีข้อเสนอจากทางสภาองค์การนายจ้างฯ ให้พิจารณากำหนดช่วงเปลี่ยนผ่านการจัดเก็บเงินสะสม และเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ออกไป เพื่อให้ภาคธุรกิจเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ซึ่งกระทรวงแรงงาน รับทราบความกังวล และจะนำข้อเสนอที่ได้มาประกอบการพิจารณา เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย
ทางด้าน นายจุลพันธ์ บอกว่า กองทุนนี้เป็นเงินที่ต้องการสร้างความมั่นคงในชีวิตของลูกจ้าง หลังหยุดการทำงาน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของสภาฯ มา 20 ปีแล้ว แต่เลื่อนการบังคับใช้มาตลอด
เงินที่จะสะสมเข้าไปในกองทุนนี้ มาจากนายจ้าง และลูกจ้าง จ่ายฝ่ายละ 0.25 % ของค่าจ้าง ไม่ได้มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเก็บไว้ภายใต้ชื่อของลูกจ้างทั้งหมด เมื่อหยุดการทำงาน หรือเกษียณ จะสามารถเรียกเงินคืนได้เต็มจำนวน บวกกับอัตราดอกเบี้ย
สำหรับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ภายใต้การกำกับของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้างกรณีออกจากงาน หรือ เสียชีวิต
อัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ช่วง 5 ปีแรก นายจ้าง และลูกจ้าง จ่ายฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง ส่วนปีที่ 6 เป็นต้นไป นายจ้าง และลูกจ้าง จ่ายฝ่ายละ 0.50% ของค่าจ้าง