รวบสาวเอเยนต์บัญชีม้ารายใหญ่ รับจ้างนายทุนจีน แลกค่าตอบแทน

รวบสาวเอเยนต์บัญชีม้ารายใหญ่ รับจ้างนายทุนจีน แลกค่าตอบแทน

View icon 115
วันที่ 3 ก.ย. 2569 | 10.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
การเงินขัดสน ! สาวเอเยนต์บัญชีม้ารายใหญ่ มีนายทุนจีนหนุนหลัง รับจ้างเปิดบัญชี แลกค่าตอบสูงถึง 80,000 - 150,000 บาท พบใช้หลอกชาวบ้าน แล้ว 27 คดี

วันนี้ ( 3 ก.ย. 69 ) สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายในพื้นที่ จ.จันทบุรี เป็นเจ้าของธุรกิจค้าขายแผงโซล่าเซลล์ ได้รับการติดต่อจากลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันไลน์ของร้านค้า เพื่อขอซื้อโคมไฟโซล่าเซลล์จำนวนมาก มูลค่ารวมกว่า 395,000 บาท เมื่อตกลงว่าจะซื้อขายกันแล้ว ลูกค้ารายดังกล่าวได้พูดคุยตีสนิท พร้อมออกอุบายชักชวนให้ผู้เสียหายช่วยซื้อลวดหนามหีบเพลง มูลค่ากว่า 700,000 บาท โดยอ้างว่าจะเอาไปส่งให้ค่ายทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชลบุรี ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินเข้าบัญชีนิติบุคคลประเภท หจก. โดยเชื่อว่าเป็นบัญชีของร้านค้าที่ถูกต้อง แต่เมื่อโอนเงินไปแล้ว กลับไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงรู้ตัวว่าโดนหลอกลวงและเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีในเวลาต่อมา

ต่อมา พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 ส่งตำรวจออกสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง และหมายค้นเป้าหมายได้ ล่าสุด พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.สิรวิชญ์ มหัทธนวิศิษฎ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกกฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ต.ยุทธพงษ์ อมรมงคลศิลป์ สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 และ พ.ต.ต.เปรมประชา อุตมา สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 นำกำลังตำรวจในสังกัด พร้อมหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ที่ 214/2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านภาษีเจริญ กทม.

จากการตรวจค้นสามารถจับกุม น.ส.รัญวรัชญ์ หรือ พิม อายุ 31 ปี ฐาน ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากฯ

เบื้องต้นเจ้าตัวยอมรับว่าเดือดร้อนเรื่องเงิน จึงไปจดทะเบียนจัดตั้ง และเป็นกรรมการของนิติบุคคลประเภท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่ไม่ได้ทำธุรกิจจริง จากนั้นได้เปิดบัญชีธนาคาร แล้วนำไปขายต่อตามกลุ่มที่ประกาศรับซื้อบัญชีธนาคารในเฟซบุ๊ก ได้เงินกลับมารวมกว่า 80,000 บาท และเมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ พบว่าผู้ต้องหายังรับจ้างเป็นนายหน้าจัดหาบัญชีม้านิติบุคคลด้วย เพราะเห็นว่าการขายบัญชีม้านิติบุคคลสามารถทำรายได้ค่อนข้างดี และยังเป็นเงินก้อนใหญ่ จึงได้เริ่มประกาศหารับซื้อบัญชี หจก. จากกลุ่มในเฟซบุ๊ก และจากการที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ผู้ต้องหาเคยขายไป พบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีที่เจ้าทุกข์ทั่วประเทศเข้าแจ้งความแล้ว รวมกว่า 27 คดี ทั้งการหลอกให้ทำกิจกรรม หลอกให้ลงทุน และอื่น ๆ และเชื่อว่ายังมีที่ถูกหลอกลวงแล้วแต่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความอีกหลายราย

และผู้ต้องหา ยังเปิดเผยอีกว่า เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้ติดต่อกับนายทุนชาวจีนคนหนึ่ง ชื่อ อาเหย้า ผ่านทางไลน์ และ เทเลแกรม โดยอาเหย้า มีการเสนอให้ผู้ต้องหาช่วยจัดหาคนเปิดบัญชีม้า หจก. พร้อมใช้งาน โดยอาเหย้าจะเป็นผู้จัดหาโทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ดจากตลาดมืดส่งมาให้ เพื่อให้ผู้ต้องหานำไปใช้ประกอบการจัดหาผู้รับเปิดบัญชีม้านิติบุคคล โดยแลกกับเงินจำนวนสูงถึง 80,000 - 150,000 บาท ต่อบัญชี ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการใช้งานของบัญชีนั้น ๆ ซึ่งตลอดระยะเวลา 4-5 เดือนที่ผ่านมา ผู้ต้องหารับว่าตั้งแต่ทำงานกับอาเหย้าทำให้มีรายได้ดีมาก ประมาณหลักแสนต่อเดือน

ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงอยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหารายอื่น ๆ ในเครือข่าย รวมทั้งอยู่ระหว่างขยายผลไปยังนายทุนชาวจีนรายดักกล่าว เพื่อนำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย