“นครพนม” โดนเพียบ ถูกแอบอ้างนำที่อยู่ ไปใช้จดทะเบียนตั้งบริษัทต่างชาติ กลายเป็น “นอมินี” ไม่รู้ตัว

“นครพนม” โดนเพียบ ถูกแอบอ้างนำที่อยู่ ไปใช้จดทะเบียนตั้งบริษัทต่างชาติ กลายเป็น “นอมินี” ไม่รู้ตัว

View icon 58
วันที่ 3 ก.ย. 2569 | 11.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“พาณิชย์” ร่วมไล่จับ”นอมินีต่างชาติ” แอบอ้างที่อยู่ของชาวบ้าน ในจังหวัดนครพนม ไปจดทะเบียนตั้งบริษัท เดินหน้าจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
.
วันนี้ (3 ก.ย.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอนาแก และอำเภอวังยาง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งของบริษัทที่มีกรรมการหรือผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ จำนวน 7 บริษัท ในจังหวัดนครพนม ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสว่า อาจมีการนำที่อยู่ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยของประชาชนไปใช้แอบอ้างเป็นสถานที่ตั้งในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต
.
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งทั้ง 7 บริษัท พบว่า เป็นบ้านพักอาศัยของชาวบ้าน และไม่ปรากฏสภาพการประกอบธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด โดยเจ้าบ้านแจ้งว่าตนเองไม่ทราบว่าถูกนำที่อยู่ไปจดทะเบียนเป็นที่ตั้งบริษัทของคนต่างชาติ และตนเองไม่ได้รู้จักกับคนต่างชาติที่เป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นของบริษัท รวมถึงไม่รู้จักกับผู้ยื่นคำขอจัดตั้งบริษัท และพยานชาวไทยแต่อย่างใด ตลอดจนไม่ได้ยินยอมให้นำที่อยู่ของตนเองไปเป็นที่ตั้งของบริษัทด้วย ทั้งนี้ เจ้าบ้านได้เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
.
และ นายทะเบียนได้ดำเนินการระบุข้อความข้อควรทราบในหน้าหนังสือรับรองของทั้ง 7 บริษัท ว่า ‘นิติบุคคลไม่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ณ ที่ตั้งตามที่ได้จดทะเบียนไว้’ เพื่อเตือนประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ใช้ความระมัดระวังในการติดต่อทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าว รวมถึงได้ประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนมเพื่อตรวจสอบการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยของกรรมการและผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติทั้ง 7 บริษัท จำนวน 14 ราย โดยพบว่า ช่วงระยะเวลาในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด
.
อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม ได้มีหนังสือถึงกรรมการ ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ผู้รับรองลายมือชื่อคนไทย (ผู้ทำคำขอจดทะเบียน/ผู้ทำบัญชี) รวมถึงพยานในคำขอจดทะเบียน เพื่อให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดจะดำเนินการทางกฎหมายในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ เมื่อรวบรวมข้อเท็จจริงครบถ้วน พร้อมสามารถยืนยันได้ว่าผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียน นายทะเบียนผู้รับจดทะเบียนจะเป็นผู้ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 7 บริษัท โดยออกเป็นคำสั่งทางปกครอง และร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ด้วยเหตุไม่มีการประชุมจัดตั้งบริษัทขึ้นจริง ไม่ได้มีการลงลายมือชื่อในราชอาณาจักร และปลอมแปลงเอกสารทางราชการต่อไป โดยมีโทษปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 268
.
สำหรับประชาชนที่ต้องการตรวจสอบว่าที่อยู่ของตนถูกนำไปใช้จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th เลือกหัวข้อ Hot Service จากนั้นเลือกหัวข้อ ‘ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล’ หากพบว่าถูกแอบอ้างให้รีบดำเนินการแจ้งความและยื่นคำร้องมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือแจ้งมาทางอีเมล checkaddr@dbd.go.th พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบ เช่น
1) สำเนาทะเบียนบ้าน (เจ้าบ้าน) /สำเนาโฉนดที่ดิน (เจ้าของกรรมสิทธิ์)
2) สำเนาบัตรประชาชน
3) สัญญาเช่า และหนังสือยกเลิกสัญญาเช่า (ถ้ามี)
4) แผนที่
5) ผู้ประสานงาน/หมายเลขโทรศัพท์/ที่อยู่ในการติดต่อ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง