ห้องข่าวภาคเที่ยง - ยังคงมี "นักศึกษา" ที่รู้ไม่เท่าทันแก๊งสแกมเมอร์ ตกเป็นเหยื่อให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ อย่างหญิงสาวรายนี้ ถูกคนร้ายหลอกว่าเธอพัวพันคดีฟอกเงิน มาตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จนเสียเงินไปรวม 850,000 บาท ก่อนที่ตำรวจสืบสวนนครบาล จะบุกไปช่วยเธอได้สำเร็จ
อย่างที่เห็น หลังตำรวจสืบสวนนครบาล ตามไปช่วยถึงตัวผู้เสียหาย ก็อยู่ในสภาพอกสั่นขวัญแขวน ร้องไห้ด้วยความกลัว บอกว่าถูกคนร้ายหลอก ขู่บังคับให้ทำตามคำสั่งมา 3-4 วันแล้ว ตำรวจจึงรีบปลอบ บอกให้ใจเย็น ๆ เดี๋ยวจะให้คุยกับแม่
พฤติกรรมแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือสแกมเมอร์ ยังคงเป็นมุกเดิม ๆ สร้างความน่าเชื่อถือ โดยการโทร.ไปหาเหยื่อ บอกเป็นผู้ให้บริการค่ายโทรศัพท์มือถือ เอาข้อมูลผู้เสียหายที่ไม่ว่าจะเป็นการซื้อมา หรือแฮกมา มาตัดต่อภาพหลอกเหยื่อว่ามีคดีพัวพันเกี่ยวกับการฟอกเงิน
แล้วส่งไม้ต่อให้คนร้ายสายที่ 2 ที่สวมรอยเป็นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง ทั้งปลอบ ทั้งขู่ จนเหยื่อหวาดกลัวยอมทำตาม เริ่มจากการขอให้โอนเงินก้อนแรก 50,000 บาท มาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่เกี่ยวข้อง จากนั้นก็ให้เหยื่อไปหลอกครอบครัว โอนเงินมาอีก 800,000 บาท เข้าบัญชี แล้วให้ผู้เสียหายไปถอนออกมาเป็นเงินสด มอบให้กับคนร้ายที่หน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ก่อนที่ตำรวจจะตามสืบสวนจนเข้าช่วยเหลือเหยื่อได้สำเร็จ
ผู้เสียหายบอกกับตำรวจว่า เหตุที่หลงเชื่อ เพราะอีกฝ่ายมีข้อมูลตัวเองทุกอย่าง มีเอกสารที่ดูคล้ายคำสั่งศาลฯ ที่ผ่านมาถูกข่มขู่ และสั่งให้เปิดกล้องวิดีโอคอลไว้ตลอดเวลา จนตัวเองไม่กล้าติดต่อขอความช่วยเหลือ
เบื้องต้น ตำรวจได้พาผู้เสียหายไปสอบปากคำเพิ่มเติม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมประสานฝ่ายสืบสวน เร่งแกะรอยกล้องวงจรปิด หน้าคอนโดฯ ย่านพญาไท ที่เป็นจุดส่งมอบเงิน และเส้นทางหลบหนีของคนร้าย เพื่อติดตามจับกุมชายชาวจีน ที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป