คอลัมน์หมายเลข 7 : เบื้องหลังผู้รับจ้าง สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แม่น้ำตาปี ล่าช้า

View icon 5
วันที่ 3 ก.ย. 2569 | 11.31 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - คอลัมน์หมายเลข 7 ยังคงเกาะติดโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำตาปี ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด ทั้งที่จะครบสัญญาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เบื้องหลังของปัญหานี้ คือ บริษัทผู้รับจ้างขาดสภาพคล่อง สตง.และ ป.ป.ท. จึงต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดการทิ้งงานในอนาคต ติดตามจากรายงานของคุณณัฐดนัย ใหม่ซ้อน

ข้อค้นพบสำคัญในการลงพื้นที่ของคอลัมน์หมายเลข 7 โดยคุณสมโภชน์ โตรักษา และผม ณัฐดนัย ใหม่ซ้อน ตรวจสอบโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำตาปี ช่วงที่ 1 และช่วงที่ 4 อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี งบประมาณ 84 ล้านบาท นั่นคือ บริษัท เอส ซี จี 1995 จำกัด ผู้รับจ้าง ขาดสภาพคล่อง

จนทำให้โครงการฯ ก่อสร้างเสร็จล่าช้า ทั้งที่ใกล้จะครบสัญญา วันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง ความล่าช้าที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านที่รอคอย กังวลว่า โครงการฯ นี้จะถูกทิ้งงาน ทำให้ปัญหากัดเซาะตลิ่งไม่ถูกแก้ไข กระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นระบุ สาเหตุเพราะผู้รับจ้างมีบุคลากรน้อย

นายธรรมนูญ คงรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ สำนักงาน ปปท. เขต 8 เปิดเผยว่า โครงการนี้มีงบประมาณสูง ทำให้ต้องลงไปเฝ้าระวังใกล้ชิด กำชับให้บริษัทผู้รับจ้าง ดำเนินการตามแผน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เกิดข้อกังวลว่า ใกล้จะครบสัญญา แต่กลับมีความคืบหน้าน้อย โดยเฉพาะโครงการช่วงที่ 4 พบหินทิ้ง เสาเข็ม ถูกกองทิ้งไว้ หญ้าขึ้นปกคลุม ลักษณะแบบนี้ ปปท. เขต 8 เกรงว่าจะเกิดการทิ้งงานในอนาคต

โดยให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ในฐานะผู้ว่าจ้างพิจารณาว่าผู้รับจ้างมีศักยภาพดำเนินการต่อได้หรือไม่ หากมีเหตุเชื่อว่า จะไม่สามารถดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ ก็ให้พิจารณาบอกเลิกสัญญา

แต่หากพิจารณาตามคำมั่นของผู้รับจ้างว่า ดำเนินการต่อได้ จนแล้วเสร็จ โดยยอมเสียค่าปรับตามสัญญา จะต้องกำกับ ควบคุม ติดตาม ปรับแผนอย่างใกล้ชิด

พร้อมขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง พิจารณาการอนุมัติปรับลดค่าปรับ หรือขยายเวลาด้วยเหตุวิกฤตน้ำมัน หรือเหตุภัยพิบัติ ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และรอบคอบ ให้ครบองค์ประกอบหลักเกณฑ์ที่กำหนด

เพราะงบประมาณโครงการดังกล่าว เป็นงบประมาณผูกพันข้ามปี ถึง 3 ปีงบประมาณ จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการกันงบประมาณไว้ สำหรับการดำเนินการโครงการนี้

รวมถึงกำชับให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบ รวมทั้งติดตามบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างประจำวัน และลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานในขั้นตอนสำคัญ

กรณีต้องแก้ไขสัญญา หรือขยายระยะเวลา ต้องพิจารณารอบคอบ ไม่เกิดความเสียหายแก่ราชการ รวมถึงกำชับให้ผู้ควบคุมงานปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบด้วย

โครงการฯ ที่ไม่ซับซ้อนในการก่อสร้าง แต่ปัญหาอยู่ที่บริษัทผู้รับจ้างขาดสภาพคล่อง

คอลัมน์หมายเลข 7 ตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัท เอส ซี จี 1995 จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2538 ปัจจุบันทุนจดทะเบียน 450 ล้านบาท สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างทุกชนิด

ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ผลกำไรขาดทุนย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2568 ไม่พบว่าบริษัทฯ ขาดทุน โดยล่าสุด ปี 2568 มีรายได้ทั้งหมด 1,100 ล้านบาท กำไรราว 42 ล้านบาท เพียงแต่รายได้ทั้งหมดในปีนี้ กลับต่ำสุดใน 5 ปีที่ผ่านมา โดยรายได้รวมสูงสุด คือ ปี 2564 มากกว่า 2,200 ล้านบาท

เมื่อบริษัทผู้รับจ้าง ไม่มีบุคลากรที่เพียงพอ และขาดสภาพคล่องเรื่องเงิน ตามที่ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมืองเปิดเผย อดไม่ได้ที่จะกังวลว่า โครงการจะแล้วเสร็จหรือไม่ แม้บริษัทผู้รับจ้างจะขอยืดเวลาออกไปเป็นมีนาคม 2570 และยอมเสียค่าปรับ รวมกว่า 17 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 84,107 บาท ก็ตาม

โครงการนี้ คอลัมน์หมายเลข 7 จะเกาะติดมานำเสนออย่างต่อเนื่อง เพื่อผลประโยชน์ของชาวบ้านในพื้นที่ ด้วยเป็นโครงการที่ดี เกิดจากการร้องขอของชาวบ้าน ฉะนั้นเพื่อป้องกันการทิ้งงานในอนาคต กรมโยธาธิการและผังเมือง จำเป็นต้องกำกับควบคุม และติดตาม บริหารสัญญา ให้ลุล่วงเป็นผลสำเร็จ

#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำตาปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง