"วรศิษฎ์" ยืนยัน ใครเอี่ยว “โกงสอบท้องถิ่น” ตำแหน่งสูงแค่ไหน ต้องโดนทั้ง “วินัย-อาญา” อย่างถึงที่สุด

"วรศิษฎ์" ยืนยัน ใครเอี่ยว “โกงสอบท้องถิ่น” ตำแหน่งสูงแค่ไหน ต้องโดนทั้ง “วินัย-อาญา” อย่างถึงที่สุด

View icon 23
วันที่ 3 ก.ย. 2569 | 12.28 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"วรศิษฎ์" แถลงผลการเพิกถอนบรรจุ 5,925 คน “โกงสอบท้องถิ่น” เดินหน้าเอาผิดวินัย-อาญาถึงที่สุด พร้อมเร่งรัดกระบวนการบรรจุผู้สอบได้ตามบัญชีเพื่อความเป็นธรรม
.
วันนี้ (3 ก.ย. 69) เวลา 09.30 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีผลการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมชี้แจง ณ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรุงเทพฯ
.
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หลังตรวจพบการทุจริตเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 ได้แบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วน คือ ป.ป.ช. รับผิดชอบคดีทุจริตหลัก, เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งสืบสวนจับกุมขบวนการนายหน้าเรียกรับเงินหลอกลวงประชาชนรายวัน และกระทรวงมหาดไทยดำเนินการทางด้านการบริหาร ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยร้ายแรง
.
ผลการตรวจสอบพบผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนสอบให้ผ่านเกณฑ์จำนวน 5,925 คน กสถ. จึงได้ประกาศผลสอบใหม่ และสั่งการให้ ก.จังหวัด และ อปท. ทั่วประเทศ ดำเนินการถอดถอนผู้ที่บรรจุไปแล้วให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งปัจจุบันถอดถอนเสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว
.
สำหรับมาตรการดำเนินงานต่อไป ได้กำหนดแนวทางไว้ชัดเจน ได้แก่ การส่งข้อมูลผู้กระทำผิดให้ 5 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย (ป.ป.ช., ป.ป.ท., ปปง., DSI, บก.ปปป.) ดำเนินคดีอาญา, การแจ้งรายชื่อผู้แก้ไขคะแนนไปยังหน่วยงานจัดสอบภาครัฐทุกแห่งเพื่อเฝ้าระวัง, การหารือร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อเรียกคืนเงินเดือนและสิทธิประโยชน์จากผู้ถูกถอดถอน, การชะลอการจ่ายค่างวดงานงวดสุดท้ายให้แก่ มศว พร้อมปรึกษาอัยการสูงสุดเรื่องความรับผิดชอบใน 3 งวดแรกที่จ่ายไปแล้ว, การตั้งทีมสนับสนุนทางกฎหมายระดับจังหวัดเพื่อช่วยเหลือ อปท. หากถูกฟ้องร้อง ตลอดจนการสั่งการให้ผู้ว่าฯ และนายอำเภอจับตาไม่ให้ อปท. นำผู้ถูกถอดถอนกลับไปทำสัญญาจ้างเหมาบริการ โดยจะมีหนังสือสั่งการให้ชะลอการจ้างบุคคลกลุ่มนี้ไว้ก่อน
.
นายวรศิษฎ์ กล่าวถึงการคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้สอบได้ตัวจริง ทั้งกลุ่มที่บรรจุไปแล้ว แต่เสียสิทธิในการเลือกลำดับพื้นที่ และกลุ่มที่อยู่ระหว่างรอขึ้นบัญชีเรียกบรรจุ ว่า กระทรวงมหาดไทยจะเสนอ ก.กลาง ปรับแก้หลักเกณฑ์การโอนย้ายให้รวดเร็วขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ และเมื่อทราบตำแหน่งว่างที่ชัดเจน จะดำเนินการเรียกบรรจุผู้สอบได้ตัวจริงจากบัญชีทดแทนให้ครบถ้วนภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อรักษาประโยชน์และความเป็นธรรมแก่ผู้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง
.
“ท้ายนี้ ขอยืนยันถึงความจริงจังของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริต โดยต้องชี้แจงว่าไม่เคยมีการสอบแข่งขันครั้งใดที่มีการดึงหน่วยงานตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. เข้ามาร่วมจับตาดูตั้งแต่ต้นจนสามารถเปิดโปงขบวนการได้ขนาดนี้ ส่วนคำว่า "ปิดจ็อบ" ของอธิบดี เป็นเพียงการปิดขั้นตอนการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบและการถอดถอนผู้ทุจริตออก ไม่ใช่การยุติการดำเนินคดีอาญา ทั้ง ป.ป.ช. และตำรวจยังคงเดินหน้าสืบสวนขยายผลเพื่อเอาผิดผู้บงการและผู้เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งระดับสูงแค่ไหน ทั้งระดับ C10, C11 หรือสูงกว่านั้น จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาจนถึงที่สุดอย่างแน่นอน” นายวรศิษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย
.
ขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการดำเนินการทางกฎหมาย รวบรวมข้อมูลให้ 5 ภาคีเครือข่าย ส่วนผู้รับจ้างได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว 
.
กรณีที่คณะกรรมาธิการทางกฎหมายฯ สภาฯ ระบุว่า การตรวจสอบเชื่อมโยงไปถึงการเมือง และเป็นอาชญากรรมสีน้ำเงิน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปชี้แจง กับกรรมาธิการแล้ว และประเด็นคนที่ใกล้ชิดกับรมว.กระทรวงมหาดไทย ที่กล่าวหาว่ามีการติดต่อกลับ อาจารย์คนหนึ่งใน มศว นั้น ทราบว่า มีการคุยกันจริง 1 ครั้ง ซึ่งเกิดจากการร้องขอของเจ้าหน้าที่ที่มีการจัดสอบ เพราะได้ให้ มศว มาเสนอ แผนดำเนินการสอบ และ มีข้อเสนอให้ยุบศูนย์สอบจาก 10 ศูนย์ เหลือเพียงศูนย์เดียว จึงได้พูดคุยกันว่าไม่ได้ เพราะต้องดำเนินการตามสัญญาที่มีการเซ็นเอาไว้ ซึ่งข้อเท็จจริงมีเพียงเท่านั้น และได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) ย้ำว่าผู้ที่มีหลักฐาน ให้ส่งข้อมูลต่อ สำนักงาน ป.ป.ช. 
.
กรณีที่สังคมมีข้อห่วงใย ว่าการทุจริตครั้งนี้ จะจับได้เฉพาะปลาซิวปลาสร้อย ดำเนินการเฉพาะคนตัวเล็ก แล้วแยกย้ายนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หากคนเข้าใจในกระบวนการจริงก็จะเข้าใจ เชื่อว่าเขาเข้าใจแต่แกล้งไม่เข้าใจมากกว่า ซึ่งขณะนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. และตำรวจยังเดินหน้าคดีอาญาต่อ เพื่อสาวไปถึงผู้กระทำความผิดให้ได้ว่ามีใครอยู่ในเครือข่ายบ้าง ยืนยัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ชัดเจนว่า เราต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด จะเป็น ซี10  ซี11 หรือ ซี20 ก็จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
.
ด้าน นายนิรัตน์ กล่าวว่า การดำเนินการทั้งหมดเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่สอบได้ ส่วนกับการเอาผิดวินัยร้ายแรงกับอดีต 2 อธิบดี ขอให้ไปถามนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ซึ่งเป็นประธานตรวจสอบวินัยร้ายแรง ที่ตั้งโดยปลัดกระทรวงมหาดไทย และแม้ว่าจะย้ายจากอธิบดี ปภ. ไปเป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ก็ยังเป็นประธานในการสอบอยู่แม้ตำแหน่งจะเปลี่ยน แต่ตัวประธานไม่เปลี่ยน
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง