ชาวอินโดนีเซียหลายร้อยคนยังคงต้องอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราวอย่างต่อเนื่อง หลังจาก “ภูเขาไฟซีนาบุง” ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งทางการยังคงเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์เพื่อความปลอดภัย
วันนี้ (3 ส.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวบ้านหลายร้อยคนจากหมู่บ้านกูตาเต็งฮา ในภูมิภาคคาโร บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ยังต้องอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราวต่อเนื่องถึง 2 วันแล้ว หลังจากภูเขาไฟซีนาบุง (Sinabung) ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งทางการอินโดนีเซียยังคงเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยในการกลับเข้าพื้นที่ของประชาชน
ทางศูนย์วิทยาภูเขาไฟและบรรเทาภัยพิบัติทางธรณีวิทยาของอินโดนีเซีย รายงานว่า เถ้าถ่านพุ่งขึ้นสูงประมาณ 1 กิโลเมตร โดยกลุ่มควันและเถ้าถ่านสีเทาหนาทึบได้ลอยตัวไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเถ้าภูเขาไฟได้ลอยและตกลงมาปกคลุมพื้นที่เกษตรกรรมที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับภูเขาไฟซีนาบุง คุกคามผลผลิตและพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน ทาง เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวอยู่ห่างจากปากปล่องภูเขาไฟอย่างน้อย 3 กิโลเมตร พร้อมทั้งแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการไหลของลาวาไปตามแนวแม่น้ำในละแวกใกล้เคียง
โดยภูเขาไฟซีนาบุง มีความสูง 2,460 เมตร และยังคงมีพลังอยู่ ได้กลับมาปะทุอีกครั้งในปี 2553 หลังจากสงบมานานถึง 400 ปี และการปะทุเมื่อปี 2557 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 16 คน ต่อมาในปี 2559 ก็ปะทุอีกครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีก 7 คน
ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ถึง 18,000 เกาะ และตั้งอยู่บนแนว "วงแหวนแห่งไฟ" (Ring of Fire) ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและบ่อยครั้ง และยังเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟมากกว่า 500 ลูก โดยในจำนวนนี้มีภูเขาไฟที่ยังคงมีพลังอยู่ประมาณ 130 ลูก