“ไทยสร้างไทย” ฝากถึง “นายกฯ” เป็นผู้นำประเทศต้องจัดลำดับความสำคัญ “กยศ.” ถังแตก ยังมัวแต่ร้องเพลง ปล่อย “นักศึกษา-ผู้ปกครอง” นั่งร้องไห้
.
วันนี้ (3 ก.ย.69) นายภูวพัฒน์ ชนะสกล รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนนักศึกษาที่กำลังประสบปัญหาไม่สามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เพื่อศึกษาต่อได้ เนื่องจากกองทุน กยศ. ขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การจัดสรรโควตาใหม่ที่เรียกว่า Waterfall Model
.
การปรับเกณฑ์ดังกล่าว เป็นการจำกัดโควตา โดยให้ความสำคัญกับ "สาขาวิชาที่ประเทศต้องการ" (เช่น AI, ยานยนต์ไฟฟ้า, แพทย์) เหนือเกณฑ์ "ความยากจน" ทำให้เม็ดเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกเทไปให้กลุ่มสาขาเฉพาะจนหมด ส่งผลให้นักศึกษาที่ยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์จริง ๆ ที่เลือกเรียนในกลุ่มสาขาทั่วไป (เช่น บริหารธุรกิจ, นิเทศศาสตร์, ครุศาสตร์) ถูกตัดสิทธิและกู้ไม่ผ่านทันที
.
นอกจากนี้ กองทุน กยศ. ยังเปลี่ยนนิยาม บังคับให้ผู้กู้รายเดิมที่เปลี่ยนระดับชั้นหรือย้ายสถานศึกษา ต้องกลายสถานะเป็น "ผู้กู้รายใหม่" และต้องมาต่อคิวรับการคัดกรองใหม่ทั้งหมด ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เด็กไทยกว่าครึ่งที่ยื่นกู้ ต้องหลุดโควตา เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา และบีบบังคับให้หลายครอบครัวต้องไปกู้หนี้นอกระบบเพื่อมาสำรองจ่ายค่าเทอมล่วงหน้า
"ผมขอจี้ไปยังนายกรัฐมนตรี ให้ลงมาสั่งการและเร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้เยาวชนโดยด่วนที่สุด การศึกษา คือ สิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่เรื่องที่เด็กต้องมานั่งลุ้นรายวัน ผู้นำประเทศต้องจัดลำดับความสำคัญให้ถูก ไม่ใช่มัวแต่ไปนั่งเป่าแซ็กโซโฟน หรือร้องเพลงโชว์สื่อ ในขณะที่นักศึกษาและผู้ปกครองทั่วประเทศกำลังนั่งร้องไห้เพราะกำลังจะหมดอนาคต" นายภูวพัฒน์ กล่าว
.
สำหรับปี 2569 กยศ. มีงบประมาณเพียง 5,100 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อความต้องการกู้ยืมเรียนที่สูงถึง 37,000 ล้านบาท