ระทึกกลางเมืองโคราช ! ผู้ต้องหาหลบหนีขณะนำตัวขึ้นศาล วิ่งหนี กระโดดน้ำคูเมือง เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีช่วยกันล้อมจับได้สำเร็จ
วันนี้ (3 ก.ย.69) ภาพจากกล้อง CCTV ของเทศบาลนครนครราชสีมาบันทึกภาพเหตุการณ์ระทึก เมื่อเวลาประมาณ 14.25 น.วานนี้ ( 2 กันยายน 2569 ) ผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวขึ้นศาลจังหวัดนครราชสีมา แต่อาศัยจังหวะชุลมุน วิ่งหลบหนีมุ่งหน้าไปทางสวนเมืองทอง ถนนชุมพล เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ก่อนจะกระโดดลงคูเมือง ด้านข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี แล้วว่ายน้ำข้ามไปอีกฝั่ง วิ่งต่อไปทางลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมถึง พลเมืองดีที่พบเห็นเหตุการณ์ได้ช่วยกันติดตามและปิดล้อม จนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ บริเวณริมหน้าศาลเจ้าพ่อไฟ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
โดยผู้ต้องหาสวมเพียงกางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมเสื้อ มีรอยสักเต็มตัว หลังถูกรวบอยู่ในสภาพอ่อนแรง เจ้าหน้าที่ จึงประสานรถรับ–ส่งผู้ต้องหา ให้มารับตัวนำกลับไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งเทศบาลนครนครราชสีมา ได้นำคลิปภาพจากกล้อง CCTV ที่บันทึกภาพเหตุการณ์และเส้นทางการหลบหนีไว้ได้อย่างชัดเจน ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่เมือง รวมถึง ความร่วมมือและการตอบสนองอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่และพลเมืองดี จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งล่าสุดวันนี้ (3 กันยายน 2569) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามแม่ค้าขายน้ำ หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ ได้เล่าให้ฟังว่า “เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นประมาณ 14.30 น.วานนี้ ตนเพิ่งจะนำรถจักรยานยนต์พ่วงมาจอดเตรียมขายน้ำ ซึ่งปกติจะขายอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และช่วงบ่ายจะย้ายมาอยู่ทางด้านหน้า หลังจากจอดรถเสร็จ ก็เห็นชายคนหนึ่งวิ่งถอดเสื้อมีรอยสักเต็มตัว วิ่งหน้าตาตื่นมาตามถนน ตอนแรกตนก็ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไรมา แต่คิดว่า น่าจะเป็นขโมยที่ปล้นหรือวิ่งราวทรัพย์หนีมา จนเห็นรถจักรยานยนต์ขับตามหลัง เป็นผู้ชายใส่เสื้อขาวและมีคนซ้อนมาหนึ่งคน พร้อมบีบแตรไล่มาตลอดทาง และตะโกนขอความช่วยเหลือให้ช่วยจับชายคนดังกล่าว จนชายต้องสงสัยวิ่งมาถึงบริเวณหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ก็มีกลุ่มพลเมืองดีเข้าช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้ มารู้ภายหลังว่า เป็นผู้ต้องหาหลบหนีระหว่างไปขึ้นศาล.