ศาลอาญา ผนึกพันธมิตร เปิดเวทีถกรับมือภัยออนไลน์ เอาผิดบัญชีม้า ฉ้อโกงหลอกโอนเงิน เผยสถิติปี 69 ปิดกั้นเว็บผิดกฎหมายแล้ว 700,000 URL
วันนี้ (3 ก.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ ศาลอาญา จัดโครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรมของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยนายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เป็นประธานเปิด พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “กระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์” ระบุว่k เทคโนโลยีสมัยใหม่ถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำมาใช้เป็นเครื่องมือกระทำความผิดในรูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ไร้พรมแดน และสร้างความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้าง อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ เทคนิค และวิธีการหลอกลวงอยู่ตลอดเวลา การป้องกัน ปราบปราม และดำเนินคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างศาล พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานด้านเทคโนโลยี หน่วยงานด้านการเงิน ตลอดจนองค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อlามารถรับมือภัยออนไลน์และคุ้มครองประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
การสัมมนาในหัวข้อ “กระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์” นับเป็นโอกาสที่ทุกหน่วยงานจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ ปัญหา และอุปสรรคจากการปฏิบัติงานจริง ตลอดจนร่วมกันแสวงหาแนวทางที่จะทำให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานมีความรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังให้การจัดโครงการครั้งนี้นำไปสู่ข้อเสนอ แนวทางการปฏิบัติ และกลไกการประสานความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม สามารถนำไปต่อยอดในการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน และพัฒนาเป็นเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งต่อไป
ด้านนายรัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา กล่าวว่า เหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบันมีความซับซ้อนขึ้น สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ ผู้เสียหายบางรายไม่รู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อ หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่เจตนา เช่น กรณีบัญชีม้าที่เปิดให้ผู้อื่นยืมไปใช้ หากบัญชีดังกล่าวถูกนำไปใช้ในเครือข่ายอาชญากรรม เจ้าของบัญชีอาจต้องถูกดำเนินคดีหลายฐานความผิดและหลายกรรมที่มีโทษสูง ทั้งคดีการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม อาชญากรรมข้ามชาติ ฉ้อโกงประชาชน หรือร่วมกันฟอกเงิน
ทั้งนี้ สถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ศาลอาญาเริ่มจัดตั้งแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในเดือน เม.ย.2567 ปริมาณคดีก็เพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงกับคดียาเสพติด และยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2569 จึงจำเป็นเร่งด่วนที่กระบวนการยุติธรรมต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ในด้านการคุ้มครองประชาชน ศาลอาญามีภารกิจสำคัญในการคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์ นอกเหนือจากการพิจารณาพิพากษาคดีตามปกติแล้ว สิ่งหนึ่งที่ศาลอาญาดำเนินการอย่างเข้มงวดคือการระงับหรือปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ซึ่งในปี 2567 ได้มีการดำเนินการเป็นจำนวนมาก และต่อเนื่องมาในปี 2569 จนถึงเดือน ส.ค. มีการปิดกั้นไปแล้วกว่า 700,000 URL หรือเฉลี่ยประมาณ 100,000 URL ต่อเดือน
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายจากการคุกคามทางเพศออนไลน์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อสั่งระงับหรือนำภาพและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกจากระบบได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งความหรือมีทนายความ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นไปอย่างทันท่วงที
สำหรับการสัมมนาครั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงานร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ ประกอบด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และ ดร.ปิติ ตัณฑเกษม กรรมการสมาคมธนาคาร ซึ่งได้ร่วมกันผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนการประสานความร่วมมือของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม และวางแนวทางการคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด