ข่าวเย็นประเด็นร้อน - มี "นักศึกษา" ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ให้เห็นอีกแล้ว คนหนึ่งเป็นหญิงสาว ถูกหลอกว่าพัวพันคดีฟอกเงิน อีกคนเป็นนักศึกษาชาย ถูกหลอกว่ามิจฉาชีพเอาเบอร์ไปทำผิดกฎหมาย 2 คดีนี้มีจุดร่วมตรงกัน คือคนที่อ้างตัวเป็น "ตำรวจ" บอกติดต่อมาจาก สภ.เมืองระนอง
หญิงสาว อายุ 19 ปี ปล่อยโฮร้องไห้ ระบายความอัดอั้นในใจ หลังถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกให้จับตัวเองขังในห้องมานาน 3-4 วัน อ้างว่าเธอเข้าไปพัวพันกับคดีฟอกเงิน
โดยพฤติกรรมของแก๊งสแกมเมอร์ ใช้มุกเดิม ๆ เริ่มจากการสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์ โทร.ไปหาเหยื่อ บอกเจอว่าถูกนำข้อมูล และเบอร์ โทร.ไปใช้ในการกระทำผิด จนมีคดีฟอกเงินติดตัว จากนั้นก็ให้ช่องทางติดต่อกับคนที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองระนอง
เจอทั้งปลอบ ทั้งขู่ จนเหยื่อหวาดกลัวยอมทำตาม เริ่มจากการขอให้โอนเงินก้อนแรก 5 หมื่นบาท มาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แล้วให้เหยื่อไปหลอกครอบครัว โอนเงินมาอีก 8 แสนบาท เข้าบัญชี ก่อนจะสั่งให้ไปถอนออกมาเป็นเงินสด ส่งมอบให้กับชายชาวจีนที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ที่หน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านพญาไท เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ก่อนที่ตำรวจจะตามสืบสวนจนช่วยเหลือเหยื่อได้สำเร็จ
คดีต่อมา เหยื่อเป็นนักศึกษาชาย อายุ 19 ปี เหมือนกัน เจอคนร้ายใช้มุกคล้าย ๆ กัน เริ่มจากสายแรก โทร.มาบอกเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ อ้างว่าถูกคนร้ายเอาเบอร์ไปก่อคดี ให้ติดต่อกับตำรวจ สภ.เมืองระนอง ทีแรกเจ้าตัวบอกไม่มีเงิน คนร้ายจึงออกอุบายให้เขียนสคริปต์หลอกผู้ปกครองว่าได้เงินทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ หลอกให้ผู้ปกครองโอนเงินมาเป็นค่าดำเนินการ จนมีการโอนเงินไป 5 ครั้ง รวมความเสียหายเกือบ 5 แสนบาท
สอบถามกับ พลตำรวจตรี โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า เฉพาะปีนี้มีคนตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์มากถึงเกือบ 6 หมื่นคดี มากกว่าคดีอาชญากรรมทั่วไปเกือบ 2 เท่า เฉพาะนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อก็หลักร้อยคน แต่ละคดีมิจฉาชีพจะมีกลอุบายในการหลอกแตกต่างกันไป แต่เมื่อได้เงินไปแล้ว จะถูกนำไปแปรสภาพด้วยการซื้อของที่มีมูลค่าสูงทันที เช่น ทองคำ หรือเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัล ต้องยอมรับ การจะเอาผิดถึงตัวการใหญ่ทำได้ยาก เพราะฐานสแกมเมอร์อยู่ในต่างประเทศ
แม้คดีจะเยอะ แต่ก็มีแนวโน้มลดน้อยลง ที่ต้องเตือนไม่ได้มีแค่นักศึกษา แต่ต้องเตือนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนเปิดบัญชีธนาคาร เพราะถ้ากลายเป็นบัญชีม้า ก็จะเสี่ยงต่อการถูกแจ้งข้อหาหนัก ไม่แพ้แก๊งสแกมเมอร์ ส่วนผู้ร่วมขบวนการ ไม่ว่าจะเป็นคนรับเงินแล้วเอาไปส่งต่อ ตรงไหนที่มีเบาะแส ตำรวจจะสืบสวนขยายผลทั้งหมด