พบอีกเคส ชุดสืบสวนนครบาลช่วย นศ.เหยื่อสแกมเมอร์ บังคับกักตัว-เขียนสคริปต์หลอกผู้ปกครอง อ้างได้ทุนเรียนต่างประเทศ สูญเงิน 5 แสนบาท
วันนี้ (3 ก.ย.69) พลตำรวจตรี โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า วานนี้ชุดสืบสวนนครบาลเข้าช่วยเหลือนักศึกษาที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก ไม่ได้มีแค่เคสของนักศึกษาสาวอายุ 19 ปีเท่านั้น เจ้าหน้าที่ยังเข้าช่วยเหลือนักศึกษาชาย อายุ 19 ปี ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ในห้องพักโรงแรมย่านสวนพลู หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ลักษณะเดียวกัน แผนประทุษกรรมก็ใกล้เคียงกันมาก
มิจฉาชีพจะโทรศัพท์เข้ามาอ้างว่าบัตรประชาชนของผู้เสียหายถูกนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์อีกเบอร์ที่จังหวัดระนอง ซึ่งเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดกฎหมาย ต้องโอนเงินไปตรวจสอบ ซึ่งนักศึกษาชายคนนี้โอนเงินไปเข้าบัญชีม้ามิจฉาชีพ รวม 5 ครั้ง เป็นเงินเกือบ 500,000 บาท ในจำนวนนี้มีการให้หลอกเอาเงินจากผู้ปกครองเช่นกัน โดยมิจฉาชีพจะเขียนสคริปต์บทพูดให้กับนักศึกษาใช้หลอกเอาเงินจากผู้ปกครอง อ้างว่าได้ทุนเรียนต่อต่างประเทศ ต้องโอนเงินเข้าบัญชีใช้ทำวีซา กระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาหลอกลวง 3-4 วัน ตลอดเวลาจะมีการวิดีโอคอลเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายตลอดเวลาและควบคุมให้ผู้เสียหายทำตามคำสั่งให้ออกจากที่พักเดิม ไปพักอยู่โรงแรมตามลำพัง เพื่อไม่ให้สื่อสารกับคนอื่น
พลตำรวจตรี โชติวัฒน์ กล่าวอีกว่า ช่วงนี้มีนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ค่อนข้างมาก เฉพาะนักศึกษาก็หลายร้อยคน ขณะที่คดีเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ที่ตำรวจนครบาลดูแลในปีนี้มีเกือบ 6 หมื่นคดีแล้ว ซึ่งมากกว่าคดีลักวิ่งชิงปล้นปกติ ซึ่ง 6 หมื่นคดีนี้ มิจฉาชีพไม่ได้มุ่งเป้าแค่กลุ่มนักศึกษา กลุ่มอาชีพอื่นก็มี แต่วิธีการหลอกลวงจะแยกไปตามอายุหรืออาชีพของเหยื่อ เมื่อมิจฉาชีพได้เงินแล้วก็จะนำไปฟอกทันทีผ่านระบบเงินดิจิทัลฯ หรือระบบทองคำ กรณีของนักศึกษาสาวมีชาวจีนมารับเงินสดส่งต่อให้ตัวการใหญ่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไล่กล้องวงจรปิดและสืบสวนติดตามตัวชายชาวจีนคนดังกล่าวอยู่
อย่างไรก็ตาม การติดตามจับกุมเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ให้สิ้นซากทำได้ยาก เพราะฐานปฏิบัติการอยู่ต่างประเทศ แต่แก๊งสแกมเมอร์ส่วนใหญ่ที่พบก็ยังเป็นกลุ่มคนจีน จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักช่วยกันสอดส่อง ทั้งนี้ ฝากเตือนกลุ่มนักศึกษาว่า มิจฉาชีพจะอ้าง 2 สถานการณ์หลักๆ หากเหยื่อเป็นนักศึกษา คือ อ้างว่ามีเบอร์โทรฯ อีกเบอร์ที่ไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรืออ้างว่าได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ อย่าหลงเชื่อโดยง่าย ให้แจ้งตำรวจทันที ข้อสำคัญคืออย่าตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียวจนไม่สนใจรอบข้าง เพราะจะทำให้เราอ่อนต่อโลก ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้ง่าย ส่วนผู้ปกครอง หากมีคนโทรมาบอกว่าจับตัวลูกหลานไว้ จะเรียกค่าไถ่ หากไม่จ่ายเงินจะตัดมือตัดเท้าลูกหลาน หรือส่งขายเขมร ก็ขอให้แจ้งตำรวจทันทีเช่นกัน อย่าเพิ่งหลงเชื่อโอนเงิน