สนามข่าว 7 สี - มือปืนแค้นฝังใจ พกปืน 2 กระบอก และกระสุนจำนวนมาก มาก่อเหตุยิงพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวในตลาดโต้รุ่ง กลางเมืองลพบุรี เสียชีวิต จากนั้นมือปืนลั่นไกจบชีวิตตัวเองหนีความผิด
22.00 น. คืนที่ผ่านมา กู้ภัยเข้าช่วยเหลือ พยายามปั๊มหัวใจ นายเพ็ญภาค อายุ 62 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดบริเวณตลาดโต้รุ่ง เขตเทศบาลเมืองลพบุรี หลังถูกผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิง กระสุนเข้าที่ลำตัว 4 นัด นอนจมกองเลือดอยู่หลังร้าน แต่สุดท้ายก็ยื้อชีวิตเอาไว้ไม่ได้
ส่วนที่บริเวณทางเท้า ห่างออกไปไม่ไกล พบร่างของ นายกู้เกียรติ มือปืน อายุ 64 ปี มีแผลถูกกระสุนยิงที่หน้าผาก 1 นัด มือซ้ายพบปืนสั้นขนาด 11 มม. มีกระสุนในรังเพลิง 2 นัด พบอาวุธปืนสั้น 11 มม. เหน็บอยู่ที่เอวอีก 1 กระบอก บรรจุกระสุนเต็มรังเพลิง และที่กระเป๋ากางเกงด้านซ้าย ยังพบแม็กกาซีน 3 อัน บรรจุกระสุนเต็มแม็กฯ
ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตามพื้นถนนพบปลอกกระสุน 5 ปลอก หัวกระสุนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 1 หัว จึงเก็บไปตรวจสอบ ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าตรงกันว่าก่อนเกิดเหตุ นายกู้เกียรติ นั่งอยู่ที่ร้านฝั่งตรงข้าม พอสบโอกาสเดินตรงเข้าไปยิง นายเพ็ญภาค หลายนัดจนล้มลง เมื่อเห็นว่า นายเพ็ญภาค ไม่รอด นายกู้เกียรติ เดินออกมานั่งสูบบุหรี่ จากนั้นใช้ปืนยิงตัวเอง 1 นัด หนีความผิด ต่อหน้าชาวบ้านจำนวนมาก
ลูกชายของนายเพ็ญภาค บอกว่า พ่อและมือปืนเป็นเพื่อนกัน แต่มีปัญหากันมานานน่าจะเรื่องกู้ยืมเงิน ตนเองไม่ทราบรายละเอียด ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อยขึ้นโรงพัก และเคลียร์เรื่องหนี้สินหลักแสนบาทไปแล้ว แต่ก็ยังระหองระแหงกันเรื่อยมา บ้านผู้ก่อเหตุห่างจากร้านไม่ถึง 100 เมตร เมื่อ 2-3 วันก่อน ผู้ก่อเหตุเดินมาวนเวียนดูหน้าร้านหลายครั้ง แต่ไม่มีใครเอะใจ กระทั่งผู้ก่อเหตุฉวยโอกาสช่วงคนบางตานำปืนมายิงพ่อ
พลตำรวจตรี ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ยืนยันปมบาดหมางมาจากการกู้ยืมเงินกัน การที่ผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธปืนจำนวน 2 กระบอก และกระสุนอีกกว่า 30 นัด มาก่อเหตุในที่ชุมชน ทั้งที่ตำรวจมีการตรวจตรา เข้มงวดกับอาวุธปืนอย่างต่อเนื่อง น่าจะมาจากบ้านพักผู้ก่อเหตุห่างจากจุดนี้เพียง 100 เมตร แค่เดินข้ามถนนมาก็ถึง จึงทำให้ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีการนำอาวุธปืนมาก่อเหตุ
หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้เข้าค้นบ้านพักผู้ก่อเหตุ เจอกระสุนปืนขนาด 9 มม. และ จุด 22 อีกจำนวนหนึ่งด้วย จึงยึดไว้ตรวจสอบ ส่วนศพทั้ง 2 ราย ได้ส่งต่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ก่อนส่งมอบให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศล