คาเฟสิงโต ที่ จ.เชียงใหม่ แจงดรามา นักท่องเที่ยวชาวจีนถูกสิงโตกัดที่ใบหน้า ความจริงเป็นเพราะนักท่องเที่ยวไม่ปฏิบัติตามกฎข้อห้ามของทางร้าน ทำให้ลูกสิงโตตกใจ จึงงับเข้าที่แก้มเป็นบาดแผลเล็กน้อยคล้ายรอยถลอก
จากกรณีที่สำนักข่าวในประเทศจีนได้ลงข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ และมาเที่ยวที่คาเฟสิงโตแห่งหนึ่ง บริเวณถนนช้างคลาน และได้ถูกสิงโตกัดเข้าที่ใบหน้า ทางร้านชดเชยเงินจำนวน 4,000 บาท จนกลายเป็นข่าวดังในโลกโซเชียล
จนล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เข้าตรวจสอบคาเฟดังกล่าวและได้ชี้แจงว่าคาเฟดังกล่าวนำลูกสิงโตมาเลี้ยงและจัดแสดงโดยมีใบอนุญาตถูกต้อง และเป็นสิงโตที่ถูกฝังไมโคร Shift ยืนยันเป็นสิงโตที่มีการเพาะเลี้ยงในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ล่าสุดทีมข่าวลงพื้นที่คาเฟดังกล่าว ตั้งอยู่บนถนนช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายสยาม ผู้จัดการของร้าน ได้เปิดเผยเรื่องดังกล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 13.20 น. โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีน 4 คนเข้ามาใช้บริการและมีนักท่องเที่ยวชาย 2 คน ที่เข้าไปถ่ายภาพกับลูกสิงโตโดยตามระเบียบขั้นตอนและข้อห้ามของทางร้าน จะต้องมีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อที่มือและจะต้องเข้าไปคู่กับเจ้าหน้าที่ของทางร้าน ที่สำคัญจะต้องไม่เข้าไปสัมผัสหรือใกล้ชิดลูกสิงโตโดยตรงทันทีที่เข้าไป ปกติแล้วลูกสิงโตก็จะกลัวและหวาดระแวงกับสิ่งมีชีวิตที่ตัวใหญ่กว่า ดังนั้นเมื่อเข้าไปตอนแรกก็จะต้องนั่งอยู่นิ่งๆ สร้างความคุ้นเคยให้กับลูกสิงโต ซึ่งลูกสิงโตอายุเพียง 2 เดือนมีขนาดใหญ่กว่าแมวเล็กน้อย นิสัยก็จะขี้เล่นซุกซนก็จะปรับตัว สร้างความคุ้นเคยและจะค่อย ๆ เข้ามาหาตัวนักท่องเที่ยวเอง โดยนักท่องเที่ยวต้องห้ามสัมผัสหรืออุ้มโดยตรงทันที
แต่ปรากฏว่า นักท่องเที่ยวจีนคนหนึ่ง คว้าลูกสิงโตสีขาวเข้ามาอุ้มกอดทันทีแต่ไม่ได้เอามาใกล้กับใบหน้าแม้ว่าลูกสิงโตจะตกใจแต่ก็ไม่ได้แสดงความหวาดกลัว ขณะที่อีกคนซึ่งเป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บก็คว้าตัวลูกสิงโตสีน้ำตาลเข้ามากอด และเอามาใกล้กับใบหน้า ทำให้ลูกสิงโตซึ่งตกใจ ก็แว้งกัดงับเข้าที่ใบหน้าเบาๆ จึงทำให้เกิดเป็นแผลลักษณะคล้ายแผลรอยถลอก ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้รีบเข้าไปแยกสิงโตออกมาก่อนที่จะทำแผลการล้างแผลทำความสะอาดให้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุนักท่องเที่ยวเองก็ไม่ได้ติดใจเอาความ แถมยังขอเข้าไปเล่นกับลูกสิงโตอีกรอบ ก่อนจะกลับนักท่องเที่ยวขอให้ทางร้านพาไปฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้าแม้ทางร้านจะยืนยันว่าลูกสิงโตทุกตัวมีการฉีดวัคซีนมาเรียบร้อยแล้ว
แต่เพื่อความสบายใจทางร้านก็ได้คืนเงินค่าแพ็กเกจทั้งหมด และพาไปฉีดวัคซีนโดยเข็มแรกทางร้านรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกับทางโรงพยาบาลให้ทั้งหมด ส่วนอีก 4 เข็มที่เหลือก็ได้พูดคุยกับตัวนักท่องเที่ยวเองว่าจะให้ทางร้านพาไปฉีดหรือว่าจะไปฉีดเอง โดยนักท่องเที่ยวยืนยันว่าจะไปฉีดเองเพราะต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวและกลับประเทศ ทางร้านจึงจ่ายเงินค่าวัคซีนอีก 4 เข็ม ที่เหลือซึ่งตกเข็มละ 800 บาทรวมทั้งสิ้น 3,200 บาท แต่ทางร้านก็ได้ให้เงินไปทั้งหมด 4,000 บาท เพื่อที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ด้วย
ตัวนักท่องเที่ยวเองก็ยินดีและรับเงินไปโดยไม่ได้ติดใจเอาความใด ๆ และไม่ใช่ค่าทำขวัญอย่างที่เป็นข่าวในประเทศจีน แต่ปรากฏว่ากลับกลายเป็นข่าวขึ้นเมื่อช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยตัวนักท่องเที่ยวเองเพียงแต่โพสต์เรื่องราวของการท่องเที่ยวของตัวเองในโลกโซเชียลเท่านั้น ปรากฏว่าสำนักข่าวในประเทศจีนก็ได้หยิบยกเรื่องราวดังกล่าวไปขยายความเป็นข่าว ซึ่งไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมด จึงทำให้ทางร้านเองก็ได้รับความเสียหาย ในตอนนี้ได้รับผลกระทบจากข่าวที่ออกไป โดยทำให้คนเข้าใจผิด ตั้งแต่เป็นข่าวยอดการเข้าใช้บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ลดลง
สำหรับลูกสิงโตที่ทางร้าน นำมาจัดแสดงนั้นเป็นการทำคอนแทคกับฟาร์มแห่งหนึ่ง ซึ่งจะนำลูกสิงโตอายุตั้งแต่ 2 เดือนมาจนถึงอายุ 4 เดือนมาจัดแสดง เพราะว่าถ้าเลยอายุสี่เดือนก็อาจจะเป็นอันตรายโดยจะมีการส่งลูกสิงโตมาสลับผลัดเปลี่ยน เมื่ออายุครบ 4 เดือน สิงโตทุกตัวเป็นสิงโตที่เพาะเลี้ยงอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีใบอนุญาตถูกต้อง รวมทั้งทางร้านเองได้มีการขออนุญาตเปิดกิจการอย่างถูกต้อง ทั้งจากทางเทศบาลนครเชียงใหม่และแจ้งกับทางกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอย่างถูกต้อง และทุกครั้งที่มีการสลับเปลี่ยนลูกสิงโตมาก็จะแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เพื่อมาตรวจสอบ ทุกครั้ง
โดยครั้งนี้หลังจากที่เป็นข่าวทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มาตรวจสอบทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก็ได้ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าใจ ทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้ตักเตือนแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลความปลอดภัย ซึ่งขอไม่ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เข้าไปใกล้ชิดไม่ควรที่จะใกล้ชิดจนเกินไปหรือ เข้าไปเล่นในลักษณะอ้อมกอด ตอนนี้ทางร้านเองก็ได้เพิ่มมาตรการข้อห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวอุ้มกอดลูกสิงโตขึ้นมาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาใช้บริการ