นักเรียน-ครู อาหารเป็นพิษกว่า 1,700 คน ใน 3 วัน หลังกินอาหารจากโครงการอาหารฟรีของรัฐบาลอินโดนีเซีย

นักเรียน-ครู อาหารเป็นพิษกว่า 1,700 คน ใน 3 วัน หลังกินอาหารจากโครงการอาหารฟรีของรัฐบาลอินโดนีเซีย

View icon 17
วันที่ 4 ก.ย. 2569 | 09.42 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นักเรียนและครู “อาหารเป็นพิษ” กว่า 770 คน ในจังหวัดชวากลาง ประเทศอินโดนีเซีย หลังรับประทาน “ไก่ย่าง” จากโครงการอาหารกลางวันฟรีของรัฐบาล รวม 3 วัน มีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษกว่า 1,700 คน ในหลายพื้นที่ของอินโดนีเซีย

วันนี้ (4 ก.ย. 69) จากเหตุพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษตำนวนมากในหลายพื้นที่ของประเทศอินโดนีเซีย ล่าสุด มีนักเรียนและครูในจังหวัดชวากลาง ป่วยอาหารเป็นพิษพร้อมกันอีก 777 คน และเมื่อรวมกับเหตุอาหารเป็นพิษอีก 3 จุด ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกัน ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับโครงการอาหารฟรีของรัฐบาลอินโดนีเซีย มากกว่า 1,700 คนแล้ว ภายในเวลาเพียง 3 วัน ซึ่งนี่ทำให้เกิดคำถามครั้งใหญ่ต่อโครงการอาหารฟรีของรัฐบาลอินโดนีเซีย

ครั้งล่าสุด เกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมศึกษา ในเมืองลาเซ็ม จังหวัดชวากลาง โดยมีนักเรียนและครู “อาหารเป็นพิษ” พร้อมกันอีก 777 คน ประกอบด้วยนักเรียน 752 คน และครูอีก 25 คน ซึ่งได้มีอาการท้องเสียและอาเจียน หลังรับประทานอาหารจากโครงการอาหารฟรีของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งเมนูก็คือ “ไก่ย่าง”

ทางแพทย์ในพื้นที่ ระบุว่า ในจำนวนนี้มีนักเรียนและครู 15 คน ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว

ก่อนแจกอาหารนั้นมีรายงานว่า ตรวจพบไก่บางส่วนมีลักษณะผิดปกติเริ่ม “เป็นเมือก” แต่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ระบุว่า ไก่ส่วนที่พบเป็นเมือกได้ถูกแยกออกไปแล้ว และไม่ได้แจกไก่ดังกล่าวให้เด็ก ๆ รับประทาน และมีอีก 1 เรื่องที่กำลังถูกตั้งคำถามอย่างมากคือ คนครัวแจ้งว่าไก่ถูกปรุงตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. ขณะที่นักเรียนต้องรับประทานตอน 12.00 น. นั้นหมายความว่า อาหารถูกปรุงทิ้งไว้ก่อนเด็ก ๆ จะรับประทานนานประมาณ 9 ชั่วโมง

ที่ผ่านมา ปัญหาการเก็บรักษาอาหารไม่เหมาะสม และการส่งอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วไปถึงโรงเรียนล่าช้า ถูกพบว่าเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยในเหตุอาหารเป็นพิษจากโครงการอาหารฟรีของรัฐบาลอินโดนีเซีย

โดย 3 วัน เกิดเหตุอาหารเป็นพิษในหลายพื้นที่รวมกว่า 1,700 คน และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่จังหวัดชวากลาง
เมื่อวันอังคาร (1 ก.ย. 69) ที่ผ่านมา มีนักเรียน 664 คน อาหารเป็นพิษในเมืองซิโดอาร์โจ จังหวัดชวาตะวันออก จนครัวของโรงเรียนถูกสั่งระงับการทำงานในวันถัดมา
เมื่อวันอังคาร (2 ก.ย. 69) ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษอีก 49 คน ที่เมืองงันจุก จังหวัดชวาตะวันออก และอีก 237 คน ในเขตอากัม จังหวัดสุมาตราตะวันตก

ทั้งนี้ เมื่อรวมเหตุการณ์เหล่านี้กับผู้ป่วยล่าสุด 777 คน จึงทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 1,700 คน ภายในเวลาเพียง 3 วันแต่ยังมีตัวเลขใหญ่กว่านั้น เมื่อ “ชาร์ลส์ โฮโนริส” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการที่กำกับดูแลด้านสาธารณสุข ระบุโดยอ้างข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา มีผู้ได้รับผลกระทบสะสมถึง 50,000 คน นับตั้งแต่เริ่มโครงการอาหารฟรีของรัฐบาลอินโดนีเซีย และชี้ว่านี่คือความล้มเหลวของระบบ ของโครงการมูลค่าเกือบ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4 แสนล้านบาท

โดยโครงการอาหารกลางวันของรัฐบาลอินโดนีเซีย ริเริ่มโดยประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ที่เปิดตัวโครงการมูลค่าดังกล่าวหลายพันล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้วเพื่อขจัดภาวะขาดสารอาหาร โดยการให้เด็กหลาย 10 ล้านคนได้รับอาหารฟรี แต่โครงการนี้ประสบปัญหามากมาย เช่น อาหารเป็นพิษ ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต การเปลี่ยนแปลงผู้นำ และค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป

ล่าสุด หัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับโครงการ ยืนยันต่อรัฐสภาอินโดนีเซียว่า รัฐบาลจะจัดการกับปัญหาอาหารเป็นพิษเหล่านี้ “อย่างจริงจัง”

ขณะที่ผลสำรวจเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เผยว่า มีประชาชนอินโดนีเซียเพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นที่พึงพอใจกับโครงการอาหารฟรีของรัฐบาล และหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประชาชนไม่พอใจ ก็คือเหตุอาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ดังนั้น จากนโยบายที่ตั้งใจแก้ปัญหาโภชนาการให้เด็กหลายสิบล้านคน ตอนนี้รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังถูกตั้งคำถามกลับว่าปัญหาอยู่ที่อาหารแต่ละล็อต หรือเป็นปัญหาของระบบตั้งแต่การปรุง การเก็บรักษา ไปจนถึงการขนส่ง