ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจแจ้งข้อหาพยายามฆ่า สามีเจ้าของร้านยำกลางเมืองพัทลุง หลังใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหนี้บาดเจ็บ ขณะที่รอให้เจ้าหนี้อาการดีขึ้น ก็จะเรียกสอบปากคำ และหากพบว่า เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนด ก็จะถูกดำเนินคดีด้วย
สภาพนายปรีชา อายุ 46 ปี ที่ถูกฟันเข้าที่ชายโครงซ้าย 2 แผล ใต้ลำคอ 1 แผล และใต้ลำคออีก 1 แผล ขณะได้รับการปฐมพยาบาล ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อรักษา
โดยนายปรีชา บอกว่า เข้ามาทวงหนี้ จากนางปรียานุช อายุ 47 ปี เจ้าของร้านยำ ที่กู้ยืมตัวเองไป จนมีปากเสียงกับ นายราชัน อายุ 45 ปี สามีของนางปรียานุช แล้วท้าทายกัน อีกฝ่ายจึงใช้มีดทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ
นางปรียานุช เจ้าของร้านยำ ให้ข้อมูลอีกด้านว่า 2 ปีก่อน ยืมเงินนายปรีชา 5,000 บาท ที่ผ่านมาได้จ่ายดอกเบี้ยมาโดยตลอด รวมเป็นเงินเกือบ 20,000 บาทแล้ว กระทั่งก่อนเกิดเหตุ นายปรีชา มาทวงเงินที่หน้าร้าน จนมีปากเสียงกัน อีกฝ่ายด่าพ่อด่าแม่ ขว้างมีดมาในร้านก่อน จนสามีทนไม่ได้ คว้ามีดออกไปทำร้ายอีกฝ่าย
จากนั้น นายปรีชา วิ่งไปนำมีดอีโต้จากร้านขายของชำ ข้างร้านของตัวเอง แล้วขว้างเข้ามาภายในร้าน จึงทำให้เกิดเหตุทำร้ายร่างกายกันขึ้น
หลังเกิดเหตุ ตำรวจควบคุมตัว นายราชัน ไปสอบสวน พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนข้อกล่าวอ้างของทั้งสองฝ่าย ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานก่อน
ขณะที่เช้าวันนี้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง แจ้งดำเนินคดีกับ นายราชัน สามีของนางปรียานุช เจ้าของร้านยำ ข้อหาพยายามฆ่า
ส่วนนายปรีชา อายุ 46 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพัทลุง ซึ่งพนักงานสอบสวน รอให้อาการดีขึ้น ก่อนเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมถึงรายละเอียด ที่มาของการกู้ยืมเงิน และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเก็บดอกเบี้ย
ท้ังนี้ หากผลสอบสวนพบว่า มีการให้กู้ยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็จะดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหากับนายปรีชา ทันที