จับได้แล้ว ชายต่างชาติฉีดสเปรย์ใส่เภสัชกร

View icon 24
วันที่ 4 ก.ย. 2569 | 12.21 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เจ้าของร้านขายยาในจังหวัดภูเก็ต ออกมาเตือนภัยให้ระวังหนุ่มชาวต่างชาติ ทำทีขอความช่วยเหลือ ก่อนฉีดพ่นสเปรย์ใส่ จนเกิดอาการใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก เกือบหมดสติ หลังเกิดเหตุไปแจ้งความ ล่าสุด ตำรวจตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนแล้ว 

เหตุนี้เกิดเมื่อคืนวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา กล้องวงจรในร้านขายยา ในพื้นที่อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต บันทึกภาพชายชาวต่างชาติลักษณะคล้ายชาวอาหรับ เข้ามาในร้านขายยา พร้อมอ้างว่าเขาถูกแท็กซี่ทำร้ายร่างกาย เภสัชกร ก็ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งชายคนดังกล่าวยังได้สอบถามว่า สภ.ป่าตอง อยู่ไหน ห่างจากร้านขายยามากแค่ไหน ก็คิดว่าเขาจะไปแจ้งความตามที่อ้างว่าถูกทำร้าย 

แต่เหตุการณ์เริ่มจะผิดปกติ เมื่อชายคนดังกล่าว ขอซื้อยาลดบวม ยาทา และยาแก้ปวด แต่ก็ยังไม่ยอมชำระเงิน นั่งพูดคุยประวิงเวลาอยู่ภายในร้าน ระหว่างนั้นก็หยิบห่อกัญชา และแผ่นนิโคตินออกมาจากกระเป๋า

เท่านั้นไม่พอ เขายังเดินออกไปที่รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณหน้าร้าน หยิบกระเป๋าผ้าสีเขียวเข้มจากใต้เบาะรถ นำเข้ามาในร้าน แล้วดึงมือของเจ้าของร้านไปพ่นสเปรย์ที่อ้างว่าเป็นน้ำหอม ใส่บริเวณหลังมือ แขนทั้ง 2 ข้าง รวมถึงบริเวณใบหน้า ก่อนที่เจ้าของร้านเริ่มมีอาการมึนศีรษะ มือเย็น เท้าเย็น ใจเต้นเร็ว และแน่นหน้าอก รู้สึกว่าตัวเองอาจหมดสติ จึงรีบโทรขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ พร้อมกับไล่ชายคนนั้นออกจากร้านไป  

หลังเจ้าของร้านรายนี้ไปพบแพทย์ และอาการดีขึ้น ก็ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ป่าตอง พร้อมกับออกมาเตือนภัยเจ้าของร้านค้า ร้านขายยาที่เปิดยามค่ำคืน อย่าชะล่าใจ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ตามลำพังกับบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย เพราะก็เคยมีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกัน เกิดขึ้นกับเภสัชกรหญิงในพื้นที่อื่น

ความคืบหน้า ตำรวจ สภ.ป่าตอง ก็ติดตามตัวชายชาวต่างชาติที่ไปก่อเหตุ ได้แล้ว พร้อมกับขวดสเปรย์ที่ใช้ฉีดพ่นใส่ผู้เสียหาย ซึ่งจากการสอบปากคำ เขาอ้างว่าผู้เสียหายยินยอมให้ฉีดสเปรย์ดังกล่าวเอง 

ขณะที่พี่ชายของผู้ก่อเหตุ ก็ได้เข้าพบตำรวจ บอกว่าตัวน้องชายของเขา มีอาการทางจิตเวชและอยู่ระหว่างการดูแลรักษา และยังบอกอีกว่าช่วงนี้น้องไม่ได้รับประทานยา 

พร้อมกับยืนยันว่า สิ่งที่น้องชายนำมาฉีดพ่นใส่เภสัชกร เป็นน้ำหอม ไม่ใช่สารอันตราย และเป็นกลิ่นที่มีลักษณะเฉพาะซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มชาวอาหรับ

อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำอีกครั้ง ว่ายืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุหรือไม่ หากให้ตำรวจดำเนินคดี ผู้ก่อเหตุก็จะมีความผิดฐาน ใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง