ระทึกทั้งคอนโดฯ จับหนุ่มซื้อสารพิษ อ้างทำร้ายตัวเอง

View icon 8
วันที่ 4 ก.ย. 2569 | 11.03 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เกือบมีเหตุระทึกเกิดขึ้น เมื่อชายชาวต่างชาติ สั่งซื้อสารเคมีอันตรายปริมาณมาก มาเก็บไว้ในห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านบางแค ความอันตรายของสารเคมี ถ้ามากพอจบชีวิตคนได้เป็นหมื่นคนเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าเป็นปฏิบัติการที่แข่งกับเวลา เพราะไม่รู้ได้เลยว่า ผู้ชายคนนี้ได้นำสารเคมีอันตราย ไปผสมกับน้ำใส่ในแทงค์บรรจุน้ำของคอนโดมิเนียมที่เขาอาศัยอยู่แล้วหรือไม่

โดยชายคนนี้ชื่อว่า นายโจเอล อายุ 40 ปี เป็นคนสัญชาติสิงคโปร์ แฝงตัวเข้ามาในไทยได้เกือบ 3 ปี ในคราบนักศึกษา ถูกจับกุมได้พร้อมของกลาง ไอซ์ 3 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพยาเสพติดจำนวนมาก เงินสด โทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญมีหลักฐานการสั่งซื้อสารพิษ, สารเคมีประกอบวัตถุระเบิด, สารอันตรายหลายชนิด และยังเจออุปกรณ์จุดชนวน และกระป๋องก๊าซ

ซึ่งตั้งแต่นาทีแรกที่มีการจับกุม นายโจเอล ก็บอกมาโดยตลอดว่า สารเคมีพวกนี้สั่งซื้อไว้ เพราะต้องการนำมาใช้ในการฆ่าตัวตาย แต่พอตำรวจนำกลับไปขยายผลตรวจสอบ พบว่า ปริมาณดูเหมือนจะเยอะไปมาก ถึงขนาดที่ถ้าใช้จริง ๆ อาจจบชีวิตได้มากถึงหลักหมื่นคนเลยทีเดียว

มีข้อมูลน่าตกใจกว่านั้น เพราะจริง ๆ แล้ว เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ป.ป.ส. ได้รับแจ้งเบาะแสให้ระวังชายชาวสิงค์โปร์ ชื่อว่า "โจเอล" ซึ่งเป็นอาชญากรระดับเฝ้าระวังพิเศษ ที่เคยก่อคดีอาญา และคดียาเสพติดยาวเป็นหางว่าว หลบหนีคดีมากบดานอยู่ในประเทศไทย โดยเจ้าตัวมีพฤติกรรมเสพยาไอซ์แล้วคลุ้มคลั่ง ชอบใช้ความรุนแรง ทำร้ายร่างกาย กักขังเหยื่อ แต่เพราะเจ้าตัวเข้ามาในคราบนักศึกษา ประกอบกับไม่มีหมายจับสากล ตำรวจจึงต้องใช้เวลาตามแกะรอยอยู่นานกว่า 3 เดือน กว่าจะได้เบาะแสจากสาวเอนเตอร์เทนคนหนึ่ง

เธอให้ข้อมูลว่า นายโจเอล มักใช้ความรุนแรง เคยทำร้ายเธอถึงขั้นเส้นเลือดในตาแตก ก่อนหน้านี้ มีอาการตัดพ้อ คลุ้มคลั่ง ชักชวนเธอกระโดดตึกฆ่าตัวตาย และเคยใช้มีดขู่จะทำร้ายเธอ นอกจากนี้ยังได้ยิน ว่าเคยมีการวางแผนจะใช้ยาพิษสังหารหมู่ ซึ่งก็สอดคล้องกับหลักฐาน และคำให้การของ นายโจเอล

ส่วนการสอบปากคำ เจ้าตัวรับว่า เคยถูกจับดำเนินคดียาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ติดคุก 1 ปี, ครั้งที่ 2 ติดคุก 3 ปี และครั้งที่ 3 ติดคุก 5 ปี รวมเคยรับโทษจำคุก 10 ปี กระทั่งปี 2567 ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก แต่คราวนี้ไม่รอให้ถูกจับกุม เลือกจะหลบหนีเข้ามาในไทย ก่อนจะขายทรัพย์สินที่ตัวเองมีจนหมด แต่ก็ยังถูกเพื่อนร่วมชาติหลอกเอาเงินไปอีกกว่า 2.5 ล้านบาท จนเกิดความเครียด ส่วนเหตุที่มีอาการคลุ้มคลั่ง อ้างว่า เพราะทะเลาะกับแฟนสาวคนปัจจุบัน จึงรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป จึงสั่งซื้อสารพิษมาจำนวนมาก เพราะไม่รู้ต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ในการจบชีวิตตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ดำเนินคดีไปอย่างน้อย 3 ข้อหา ฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติด, เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตสิ้นสุด ส่วนข้อหาเกี่ยวกับการตระเตรียมวัตถุระเบิด และการสั่งสารอันตราย อยู่ระหว่างการสอบสวน เพื่อรอแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง