สอบปมเครื่องจักรระเบิดในโรงงาน

View icon 27
วันที่ 4 ก.ย. 2569 | 11.29 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งเร่งตรวจสอบเหตุระเบิดภายในโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ จังหวัดสมุทรปราการ และเยียวยาแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บ

นี่เป็นนาทีชีวิต ช่วง 16.00 น. เมื่อวานนี้ ขณะที่คนงานกำลังทำงานกันอยู่ภายในโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ พื้นที่ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ก็เกิดระเบิดขึ้นที่เครื่องจักรไลน์การผลิต แล้วตามมาด้วยประกายไฟ ทำให้คนงานต้องวิ่งหนีตายออกจากพื้นที่ โดยมีพนักงานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 คน

จากนั้นก็มีพนักงานนำถังดับเพลิงเข้ามาช่วยดับเพลิงก่อนที่จะลุกลามไปยังพื้นที่อื่น

คนงาน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเครื่องจักรกำลังทำงาน คาดว่าอาจเกิดประกายไฟขึ้นภายในระบบ แล้วระบบดูดอากาศ ก็ดูดเอาทั้งฝุ่นและประกายไฟเข้าไปภายในถังดูดฝุ่น จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ และเกิดแรงดันภายในถัง จึงเกิดระเบิดขึ้นพร้อมกับมีประกายไฟออกมา ส่วนที่สามารถดับเพลิงได้ทันท่วงที เพราะโรงงานมีการฝึกอบรมและซ้อมดับเพลิงทุกปี

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์เฟซบุ๊กว่าได้รับรายงานเหตุดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยให้สำนักงานประกันสังคมเข้าประสานงานกับทางโรงพยาบาลทันที เพื่อดูแลสิทธิการรักษาพยาบาล และสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำเรื่องการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานอย่างจริงจัง และมอบหมายให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ บูรณาการร่วมกับศูนย์ความปลอดภัยในการทำงาน เขต 10 เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างเข้มงวดและดำเนินการตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 รวมถึงกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ.2564 อย่างเคร่งครัด

ส่วนที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อกลางดึกของเมื่อคืนนี้ เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโกดังรับซื้อของเก่า และพลาสติกรีไซเคิล พื้นที่ ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน เพลิงที่โหมกระหน่ำรุนแรง ทำให้คนงานต้องวิ่งหนีตายเอาตัวรอด เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำจากเทศบาลและกู้ภัยกว่า 10 คัน มาระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ก็ยังต้องฉีดน้ำเลี้ยงไว้ตลอด เพราะเกรงว่าเพลิงอาจปะทุขึ้นมาได้อีก

ตรวจสอบเบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไม่มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย เนื่องจากโกดังตั้งอยู่ในพื้นที่โล่ง ห่างไกลชุมชน มีเพียงอู่ซ่อมรถที่อยู่ติดกับด้านหลังโกดัง ได้รับความเสียหายบางส่วน มีรถยนต์เสียหายอีก 1 คัน ส่วนสาเหตุยังไม่แน่ชัด ต้องรอพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง