หยุดเอกชนผูกขาดพลังงาน! “พีระพันธุ์ - อรรถวิชช์ – รสนา” เห็นตรงกัน ต้องยุบรวม “กกพ.-กพช.”

หยุดเอกชนผูกขาดพลังงาน! “พีระพันธุ์ - อรรถวิชช์ – รสนา” เห็นตรงกัน ต้องยุบรวม “กกพ.-กพช.”

View icon 20
วันที่ 5 ก.ย. 2569 | 16.32 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“พีระพันธุ์ - อรรถวิชช์ – รสนา” เห็นพ้องชงยุบ กกพ. ควบรวม กพช. หยุดเอกชนผูขาด ผลักดัน กฟผ. ผลิตไฟเกิน 50% เติมรายได้รัฐ ลดภาระประชาชน
.
วันนี้ (5 ก.พ.69) ในระหว่างร่วมงานสัมมนา “ปรับบทบาท กกพ.เสริม กฟผ. เติมรายได้รัฐ ลดรายจ่ายประชาชน” จัดโดยคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า
.
ปัญหาโครงสร้างพลังงานไม่ได้กระทบแค่ค่าไฟ แต่เชื่อมโยงถึงเศรษฐกิจครัวเรือน ระบบการเงิน การคลัง และเศรษฐกิจประเทศ หากลดต้นทุนพลังงานได้ จะช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบ จึงเสนอให้สังคายนาระบบกำกับดูแลพลังงาน ทั้งไฟฟ้า ก๊าซ และน้ำมัน โดยรวมองค์กรกำกับเหลือ 1 แห่ง พร้อมให้อำนาจเพียงพอในการกำกับดูแล
.
นอกจากนี้ เสนอปรับโครงสร้างกฎหมายการไฟฟ้าที่ปัจจุบันเกี่ยวข้อง 3 ฉบับ และทบทวนการแยกบทบาทระหว่างคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กับ กกพ. เพื่อให้การบริหารจัดการและงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
.
ขณะที่ กฟผ. ควรต้องกลับมาเป็นหน่วยงานหลักด้านการผลิตไฟฟ้า เพราะการลดสัดส่วนการผลิตต่ำกว่า 50% ทำให้ไฟฟ้าต้นทุนต่ำในระบบลดลง และเพิ่มการพึ่งพาเอกชน จึงเสนอให้รวม 3 การไฟฟ้าเข้าด้วยกันเพื่อลดต้นทุนบริหาร และกำหนดในกฎหมายให้ กฟผ. ผลิตไฟฟ้าเพื่อบริการประชาชนไม่น้อยกว่า 50% ของประเทศ
.
นอกจากนี้ ยังเสนอปลดล็อกโซลาร์เสรี เปิดทางให้ประชาชนผลิตไฟใช้เอง ลดภาระค่าไฟครัวเรือน โดยมองว่าความมั่นคงด้านพลังงานไม่ควรหมายถึงเพียงการป้องกันไฟดับ แต่ต้องทำให้ประชาชนผลิตและใช้ไฟได้ด้วยตัวเอง เช่นเดียวกลับพลังงานหมุนเวียน เสนอให้เร่งพัฒนาระบบพลังน้ำสูบกลับ หรือ Pumped Storage เพื่อกักเก็บพลังงานและผลิตไฟฟ้าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดย กฟผ. มีตัวอย่างที่เขื่อนลำตะคองแล้ว และควรนำแนวทางนี้มาใช้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) มากขึ้น
.
ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า โครงสร้างพลังงานไทยยังแยกส่วน โดย กฟผ. อยู่ภายใต้กระทรวงพลังงาน ขณะที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ทำให้การบริหารจัดการมีความซับซ้อน พร้อมระบุว่า กกพ. จัดตั้งตามกฎหมายปี 2550 และเริ่มดำเนินการปี 2551 แต่กว่า 10 ปีที่ผ่านมา กำลังผลิตของ กฟผ. ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่เอกชนมีบทบาทเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อรายได้รัฐและต้นทุนระบบไฟฟ้า พร้อมชี้ว่า งบประมาณประเทศมีรายจ่ายประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท เทียบกับรายได้ราว 3 ล้านล้านบาท ขาดดุลประมาณ 7.88 แสนล้านบาท และขาดดุลใกล้เพดานต่อเนื่องหลายปี ทำให้งบประมาณปี 2571 มีข้อจำกัดมากขึ้น จึงต้องมองหารายได้จากศักยภาพของรัฐวิสาหกิจ
.
สำหรับ บทบาทของ กฟผ. ต้องเพิ่มศักยภาพการผลิตไฟฟ้าไม่ให้เอกชนผูกขาด เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ และลดภาระประชาชน
.
ขณะที่ นางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค กล่าวว่า กฟผ. ควรกลับมาเป็น “การไฟฟ้าฝ่ายผลิต” ไม่ใช่ “การไฟฟ้าฝ่ายซื้อ” พร้อมเสนอให้ยุติโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ เนื่องจากประเทศไทยมีกำลังผลิตสูงกว่าความต้องการใช้ และประชาชนต้องแบกรับค่าไฟจากกำลังผลิตส่วนเกิน โดยมองว่าการจัดทำแผนพลังงานต้องมองภาพรวม ไม่ใช่ต่างหน่วยต่างทำตามหน้าที่ โดยเฉพาะการเพิ่มโรงไฟฟ้าเอกชนที่อาจทำให้ต้นทุนระบบสูงขึ้น และประชาชนต้องรับภาระระยะยาว
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง