ปกรณ์ ประเดิมรายการ คุยกับ ครม.อนุทิน

View icon 9
วันที่ 5 ก.ย. 2569 | 20.06 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - รัฐบาลเปิดตัวรายการใหม่ "คุยกับ ครม.อนุทิน" ทุกวันเสาร์ เพื่อเปิดมุมคิดของรัฐมนตรีแต่ละคน วันนี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประเดิมตอนแรก ประกาศถึงเวลาพัฒนาระบบราชการ ลดรายจ่ายประจำ และลดจำนวนคน แต่ไม่ลดประสิทธิภาพ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ "คุยกับ ครม.อนุทิน" ซึ่งออกอากาศเป็นตอนแรก โดยพูดถึงแนวคิด การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ ซึ่งในอดีตพยายามปฏิรูประบบราชการมาหลายครั้ง แต่มักจบลงที่การตั้งคณะกรรมการ การศึกษา และจัดทำนโยบาย แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานของภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจัยสำคัญ คือ โครงสร้างงบประมาณของประเทศ ซึ่งมีรายจ่ายประจำ ประมาณ 73% ขณะที่รายจ่ายลงทุนอยู่ที่ประมาณ 20% หากลดภาระรายจ่ายประจำ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐได้ ก็จะมีโอกาสขยับสัดส่วนงบลงทุนจาก 20% เป็น 30% ทำให้ประเทศมีงบประมาณสำหรับการพัฒนา และรับมือความท้าทายในอนาคตมากขึ้น

นายปกรณ์ ระบุว่า กระบวนการทำงานของภาครัฐจะต้องลดขั้นตอนการซ้ำซ้อน ไม่ใช่แค่ลดจำนวนคน แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เทียบเท่าเดิม สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ คือ การคงอัตรากำลัง และหลังจากนี้จะค่อย ๆ ทยอยลด โดยใช้สิ่งอื่นเข้ามาทดแทน  แม้จะลดจำนวนคน แต่ประสิทธิภาพต้องไม่น้อยกว่าเดิม

ขณะที่ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปฏิรูประบบราชการภายใต้แนวคิด "รัฐขนาดเล็ก คล่องตัว โปร่งใส" ว่า ขณะนี้มาตรการเกษียณอายุ ก่อนกำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ ผ่านความเห็นชอบหลักการสำคัญจากผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดและหลักเกณฑ์ เพื่อเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ หรือ คปร. ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

สำหรับมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก ผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีอายุราชการ 25 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่สอง คือ ผู้มีอายุ 40-49 ปี และมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยเห็นชอบหลักการกำหนดเงินก้อนสูงสุดของทั้งสองกลุ่มในอัตราเท่ากัน ไม่เกิน 12 เท่าของเงินเดือน พร้อมเงื่อนไขไม่กลับเข้ารับราชการ หรือ เป็นพนักงานประจำของหน่วยงานภาครัฐอีก

การปฏิรูประบบราชการครั้งนี้ เป็นการปรับคน งาน และเทคโนโลยีไปพร้อมกัน เป้าหมาย คือ ทำให้รัฐมีขนาดเหมาะสม และคล่องตัวขึ้น ลดการเรียกเอกสาร และข้อมูลซ้ำซ้อน ลดภาระประชาชนในการติดต่อราชการ และลดการทุจริต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง