ข่าวภาคค่ำ - กระทรวงพาณิชย์ เผยข่าวดี การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ใกล้จบลงแล้ว คาดประเทศไทยโดนเก็บภาษีนำเข้า ไม่เกิน 19% ซึ่งสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนายริค สวิตเซอร์ รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ตอนนี้ ใกล้จบลงแล้ว
โดยทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้ในเรื่องสำคัญเกือบทั้งหมด เหลือเพียงรายละเอียดอีกเล็กน้อย และการปรับถ้อยคำในข้อตกลงเท่านั้น ซึ่งทางสหรัฐฯ ยืนยันกับไทยว่า จะพิจารณาภาษีอย่างเป็นธรรม และอยู่ในระดับที่ไทยยังสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ คาดว่าจะประกาศผลได้ในสัปดาห์หน้า
เบื้องต้นประเมินว่าไทยจะเจอภาษีจาก 2 เรื่อง คือ เรื่องแรงงานบังคับ 12.5% ซึ่งประกาศไปแล้ว และภาษีจากเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินที่จะประกาศเพิ่มเติม โดยเมื่อรวมกันแล้ว คาดว่าจะไม่เกิน 19% มองว่าจะช่วยให้สินค้าของไทย ยังแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ไม่ทำให้ต้นทุนของผู้ส่งออกไทยพุ่งสูงจนเกินไป และช่วยลดความเสี่ยงที่โรงงานหรือภาคการผลิตจะต้องลดคนงาน
ซึ่งก่อนหน้านี้ ไทยเคยถูกสหรัฐฯ ตั้งภาษีสูงถึง 36% ก่อนลดลงมาเหลือ 19% หลังไทยเจรจาและทำกรอบข้อตกลงร่วมกัน โดยไทยจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ทั้งสินค้าเกษตร พลังงาน และเครื่องบิน รวมถึงเพิ่มการลงทุนของบริษัทไทยในสหรัฐฯ
นอกจากนี้ นางศุภจี ยังลงพื้นที่ไปพบกับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ 3 แห่ง เพื่อติดตามสถานการณ์ และรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการ และตอกย้ำว่า ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟอาหารให้ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็น "หน้าร้านของประเทศไทย" ที่ช่วยเผยแพร่อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และรสชาติอาหารไทยไปสู่ชาวต่างชาติ รวมถึงยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความต้องการสินค้าไทย ตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องปรุงรส ไปจนถึงสินค้าเกษตร และอาหารแปรรูป จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดต่างประเทศ
กระทรวงพาณิชย์จึงจะเดินหน้าสนับสนุนร้านอาหารไทยทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อให้ร้านอาหารไทยไม่เพียงเป็น Soft Power ของประเทศ แต่ยังเป็นช่องทางสร้างโอกาสทางการค้า เพิ่มความต้องการสินค้าไทย และพาสินค้าเกษตรและอาหารไทยขยายตลาดไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก