พระก็ไม่เว้น มิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊ก หลวงพี่หนึ่ง ทักเรี่ยไรเงินญาติโยม เหยื่อหลงเชื่อซื้อบัตรทรูมันนี่สูญ 2,000 บาท
(6 ก.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระปิติพัทธ์ ใจโพธ์ อายุ 46 ปี หรือ หลวงพี่หนึ่ง พระลูกวัดเพชรเจริญ บ้านเพชรเจริญ หมู่ที่ 5 ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ชาญชัย หนุนพงษ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลานสัก เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและติดตามตัวผู้กระทำ หลังถูกมิจฉาชีพนำชื่อ รูปภาพ และข้อมูลส่วนตัวไปสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอม ก่อนส่งข้อความไปหาเหล่าญาติโยม อ้างขอรับบริจาคและเรี่ยไรเงินทำบุญ ส่งผลให้มีผู้หลงเชื่อและได้รับความเสียหาย
ข้อความที่มิจฉาชีพส่งไปนั้นมีลักษณะคล้ายกันทั้งหมด อ้างขอรับบริจาคหรือขอความช่วยเหลือในการทำบุญ ขอให้ญาติโยมซื้อบัตรเติมเงินทรูมันนี่ จำนวน 2 ใบ ใบละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 2,000 บาท
มีผู้หลงเชื่อ 2 คน หนึ่งในนั้น ได้ซื้อบัตรเติมเงินตามที่มิจฉาชีพร้องขอและส่งข้อมูลบัตรให้ไปแล้ว
หลวงพี่หนึ่ง เผยว่า กว่าจะรู้ว่าถูกปลอมเฟซบุ๊ก ก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว เนื่องจากมีผู้ได้รับข้อความติดต่อกลับมาสอบถามว่าได้ทักไปขอรับบริจาคหรือขอให้ซื้อบัตรเติมเงินจริงหรือไม่ จึงทราบว่ากำลังถูกมิจฉาชีพนำชื่อและรูปภาพไปใช้แอบอ้าง
จากนั้นได้รีบชี้แจงกับญาติโยมว่า บัญชีและข้อความดังกล่าวไม่ใช่ของตน พร้อมทั้งติดต่อพูดคุยกับผู้ที่หลงเชื่อ เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงและยืนยันความบริสุทธิ์ และประกาศแจ้งเตือนผ่านหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวและกลุ่มไลน์ของหมู่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้หลงเชื่อเพิ่มเติม
เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นกับหลวงพี่หนึ่งมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา ครั้งนั้นได้เดินทางไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเช่นเดียวกัน และภายหลังการแจ้งความ บัญชีของมิจฉาชีพได้ปิดตัวลงไปเอง คล้ายกับทราบว่ามีการดำเนินการทางกฎหมาย ส่วนการก่อเหตุครั้งนี้ มิจฉาชีพใช้วิธีการเดิม
ที่ผ่านมาได้รับทราบว่า พระสงฆ์หลายรูปเคยประสบเหตุถูกมิจฉาชีพนำชื่อและภาพไปสร้างบัญชีปลอมในลักษณะเดียวกัน ส่วนใหญ่คนร้ายจะอาศัยความศรัทธาและความไว้วางใจของญาติโยมเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง ผู้ที่ก่อเหตุไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม แม้กระทั่งพระสงฆ์ก็ยังไม่ละเว้น จุดประสงค์คงต้องการเงินจากผู้ที่หลงเชื่อ จึงอยากฝากเตือนญาติโยมว่า หากได้รับข้อความขอเงิน ขอรับบริจาค หรือขอให้ซื้อบัตรเติมเงิน อย่าเพิ่งหลงเชื่อ ควรตรวจสอบและโทรศัพท์สอบถามกันโดยตรงก่อน เพราะหลวงพี่ไม่เคยทักแชตไปขอเงินจากใคร
ล่าสุดพบว่า บัญชีเฟซบุ๊กปลอมดังกล่าวได้ปิดตัวลงแล้ว ภายหลังมีการประกาศแจ้งเตือนและเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครหรือปิดบัญชีด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ได้มอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบ เพื่อดำเนินการติดตามตัวผู้กระทำตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป