เวที “ใครโกง...ใครแก้” วันต่อต้านคอร์รัปชัน ปี 69 “ชัชชาติ” เผยต้นตอการโกง คือ แต่งตั้ง-ซื้อขายตำแหน่ง เอาคนไม่ดีทำงาน เจ๊งตั้งแต่แรก ยกกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น ส่วน กทม.ยังพบทุจริต -“ใบอนุญาตก่อสร้าง” มากที่สุด สนับสนุน ปชช.ยื่นแบบผ่านออนไลน์ ไม่ต้องเจอ จนท.
(6 ก.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยตอนหนึ่งในเวทีเสวนา “ใครโกง...ใครแก้” เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ว่า ปัจจุบัน กทม.ยังมีปัญหาการทุจริตมาก โดยเปรียบเทียบการโกงเหมือนช้างอยู่ในห้อง คนเรามักมองไม่ค่อยเห็นช้าง แต่จะมองมด หนู หรือสัตว์ตัวเล็ก อย่างไรก็ตาม ระบบนิเวศการโกงในปัจุบัน เฉพาะหน่วยงานราชการ จะมีผู้นำองค์กร ผู้บริหารองค์กร เจ้าหน้าที่ระดับกลาง เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน ซึ่งมีส่วนในการโกงได้ทุกระดับ
นอกจากนี้ ยังมีฝ่ายผู้มีอำนาจ ซึ่งสามารถให้คุณหรือให้โทษ อาจไม่ต้องมีความรับผิดชอบโดยตรง แต่มีอำนาจในการโน้มน้าวพฤติกรรมขององค์กร และมีเอกชนรายใหญ่ เอกชนรายกลาง เอกชนรายย่อย และประชาชน ขณะเดียวกัน ยังมีฝ่ายผู้ตรวจสอบ ซึ่งต้องทำเรื่องเหล่านี้ให้โปร่งใสมากขึ้น องค์กรอิสระ เอกชนรายย่อย ซึ่งจะเห็นว่า ฐานมีประชาชนเยอะที่สุด และผู้เสียผลประโยชน์มากที่สุด คือ ประชาชน เพราะเป็นผู้เสียภาษี
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังกล่าวว่า ปัญหาการโกงมีหลายรูปแบบ ยกตัวอย่าง การโกงงบประมาณโดยตรง เช่น การตั้งราคาเครื่องออกกำลังกายสูงเกินจริง กระนั้น การโกงเดี๋ยวนี้ มีความซับซ้อนมากขึ้น โกงเอื้อประโยชน์ จากนั้นเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทน การโกงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ กรณีบางเรื่องต้องไปตรวจสอบก็หลีกเลี่ยง หรือแม้กระทั่งโกงโดยการตีความกฎหมาย การโกงเชิงนโยบาย แต่งตั้งพวกพร้องรับตำแหน่ง
“หัวใจต้นตอของการโกง มาจากเรื่อง ‘การแต่งตั้ง’ ถ้าเกิดเราแต่งตั้งคนทุจริตเข้ามา มีการซื้อขายตำแหน่ง เจ๊งตั้งแต่แรก เพราะเริ่มจากเอาคนไม่ดีเข้ามาในตำแหน่ง ถ้าเป็นราชการ คือ การแต่งตั้ง โยกย้าย ซื้อขายตำแหน่ง ดังเช่นกรณีทุจริตการสอบเข้าราชการ ดังนั้น ถ้าเอาคนทุจริตเข้ามา จะเจ๊งตั้งแต่ต้น หากเทียบกับข้าราชการการเมือง คือ พวกซื้อเสียง ซึ่งหนัก เพราะการซื้อเสียง ทำให้ได้คนไม่ดีเข้าไป สุดท้ายต้องมาถอนทุนคืน”
นายชัชชาติ กล่าวขยายความว่า เพราะเหตุใด ประชาชนต้องยอมให้ซื้อเสียง เพราะระบบราชการไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ถ้าเราให้บริการประชาชนดีพอ เขาจะไม่เห็นแก่เงิน 500 บาท 1,000 บาท หรือ 2,000 บาท เพราะผลประโยชน์ที่ได้จากรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ จะมีมากกว่าเงินที่ซื้อเสียง หัวใจจึงต้องแจกแจงรายการออกมา จึงจะแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้น หัวใจไม่ใช่การดูแลเพียงคน แต่คือระบบด้วย เพราะระบบเปิดช่องให้ทุจริต ไม่ว่าจะเป็น การใช้ดุลยพินิจ การใช้ข้อมูลไม่เปิดเผย การตรวจสอบยาก การเจอเจ้าหน้าที่ ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ วิธีการสำคัญ คือ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย
“กฎหมายมีส่วนอย่างมากในการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะกฎหมายบางอย่าง ล้าสมัยมาก เอกชนอยากทำตามกฎหมาย แต่ทำไม่ได้แล้วในบริบทปัจจุบัน จึงทำให้เป็นช่องโหว่เจ้าหน้าที่รัฐที่มีจิตใจไม่ดี นำมาเรียกเงิน หรือการตีความกฎหมายต่าง ๆ ประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกรรมมากที่สุด ดังนั้น ประชาชนต้องไม่ยอม มีเหตุการณ์ต้องแจ้งเบาะแส หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงองค์กรอิสระ ต้องทำหน้าที่ตนเองให้เข้มข้น เอาคนเก่งมาอยู่ในองค์กรอิสระ ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะหากหวังพึ่งให้หน่วยงานตรวจสอบตนเอง ไม่ง่าย เพราะระเบียบต่าง ๆ ไม่ทำให้งานเร็ว งานตรวจสอบจากคนภายนอกจะเข้มข้นกว่า ดังนั้น ตามหลักการ ทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง โดยมีจุดมุ่งหมายในการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นเป้าหมายหลัก และแต่ละคนประกอบร่างกับภาพใหญ่ได้ ฉะนั้นอย่าไปหวังว่าคนอื่นจะทำ แต่ให้ทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด ถ้ามีปัญหาต้องแจ้ง ต้องบอกผู้รับผิดชอบให้แก้ปัญหา
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังระบุว่า การโกงใน กทม.หนักมากที่สุด คือ การขอใบอนุญาตก่อสร้าง ดังนั้น หลักการจะทำเหมือนยื่นภาษี เพราะยื่นภาษีในปัจจุบัน ไม่ต้องเจอเจ้าหน้าที่แล้ว ใช้ยื่นผ่านระบบออนไลน์ ดังนั้น เราจึงเปลี่ยนวิธีการให้เป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด ดังนั้น กิจกรรมที่มาขอใบอนุญาตจาก กทม.ทั้งหมด ให้ผ่านระบบออนไลน์ ทำให้จากเดิมเป็นการใช้วิจารณญาณ เป็นการใช้ข้อมูล จากเทคโนโลยี ตอนนี้การขอใบอนุญาตก่อสร้างออนไลน์ เปลี่ยนจากเดิม 45 วัน เป็น 14 วัน แต่ยอมรับว่าประชาชนยังไม่คุ้น ดังนั้น ต้องเริ่มเปลี่ยน อาจมีความยาก ในการยื่นแบบขออนุญาต เชื่อว่าหากทำเยอะขึ้น จะทำให้สถานการณ์การโกงลดน้อยลง