ภูเขาไฟ “อานักกรากะตัว” ปะทุพ่นเถ้าถ่าน ในอินโดนีเซีย ส่งผลให้ต้องระงับเที่ยวบินกว่า 300 เที่ยว

ภูเขาไฟ “อานักกรากะตัว” ปะทุพ่นเถ้าถ่าน ในอินโดนีเซีย ส่งผลให้ต้องระงับเที่ยวบินกว่า 300 เที่ยว

View icon 19
วันที่ 6 ก.ย. 2569 | 14.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ภูเขาไฟ “อานักกรากะตัว” ปะทุพ่นเถ้าถ่าน ส่งผลกระทบต่อสนามบินหลายแห่งในประเทศอินโดนีเซีย ระงับเที่ยวบินกว่า 300 เที่ยว และมีผู้โดยส่ารตกค้างอีกหลายร้อยชีวิต

วันนี้ (6 ก.ย. 69) ภูเขาไฟอานักกรากะตัว (Anak Krakatau) ปะทุหนัก ส่งผลให้สนามบิน 6 แห่ง ในประเทศอินโดนีเซีย ต้องระงับการให้บริการเที่ยวบิน ซึ่งกระทบต่อเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวที่สนามบินหลักของกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย

ทางการอินโดนีเซีย ระบุว่า ภูเขาไฟอานักกรากะตัว ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเกาะชวาและเกาะสุมาตราใน ได้เริ่มปะทุมาตั้งแต่ช่วงค่ำวันศุกร์ (4 ก.ย. 69) และมีการตรวจพบเถ้าภูเขาไฟที่สนามบินในช่วงเช้าของวันนี้ โดยเถ้าถ่านจากการปะทุพุ่งขึ้นสู่ระดับความสูงถึง 6,000 เมตร ทางฝั่งเกาะชวาของภูเขาไฟ และสูงถึง 15,000 เมตร ทางฝั่งเกาะสุมาตรา รวมถึงบางพื้นที่ของจังหวัดบันเตินบนเกาะชวา หลังจากนี้อาจมีการปรับสภาพอากาศ ซึ่งรวมถึงการทำฝนเทียม เพื่อกระตุ้นให้เกิดฝนตกลงมา

โดยสนามบินนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา ประกาศระงับการให้บริการเที่ยวบินจนถึงเวลา 13.30 น. เนื่องจากปัญหาเถ้าภูเขาไฟ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องตกค้างอยู่ที่สนามบิน

ทางบริษัท Angkasa Pura ผู้บริหารสนามบินดังกล่าว ระบุในแถลงการณ์ว่า การระงับเที่ยวบินดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินรวม 301 เที่ยว ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินระหว่างประเทศ 58 เที่ยว ด้านสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส (Singapore Airlines) ก็ได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งขาไปและขากลับจากกรุงจาการ์ตา ในช่วงเวลาที่เหลือของวัน ซึ่งงทางสนามบินได้จัดเตรียมอาหารและของว่างไว้บริการผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงจัดรถบัสรับส่งไปยังโรงแรม โดยมีการประสานงานร่วมกับสายการบินต่าง ๆ

ทางสำนักงานควบคุมมลพิษอินโดนีเซีย ขอให้ประชาชนรักษาความสงบและเพิ่มความระมัดระวัง ในกรณีที่มีเถ้าภูเขาไฟตกลงมา ขอแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยและแว่นตาป้องกัน ลดกิจกรรมกลางแจ้ง ปิดแหล่งน้ำ และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟสามารถลดทัศนวิสัยได้

แม้สนามบินจะถูกระงับการให้บริการ แต่เรือข้ามฟากในช่องแคบซุนดายังให้บริการตามปกติ โดยทางการขอให้เรืออยู่ห่างจากปากปล่องภูเขาไฟดังกล่าวอย่างน้อย 3 กิโลเมตร และระมัดระวังอันตรายจากภูเขาไฟ รวมถึงเถ้าภูเขาไฟและวัสดุอื่น ๆ ที่พุ่งออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ (5 ก.ย. 69) ที่ผ่านมา มีโรงเรียนหลายแห่ถูกสั่งให้งยกเลิกกิจกรรมหลังจากนักเรียนและประชาชนมีอาการระคายเคืองตาจากเถ้าภูเขาไฟ ขณะที่ชาวประมงยกเลิกการออกเรือหาปลา

นอกจากการปะทุของภูเขาไฟอานักกรากะตัวแล้ว ยังมี “ภูเขาไฟเซเมรู” ในชวาตะวันออก ซึ่งอยู่ห่างจากภูเขาไฟอานักกรากะตัว ตูประมาณ 850 กิโลเมตร ก็เกิดปะทุขึ้นในวันนี้เช่นกัน โดยพ่นเถ้าถ่านสูงถึง 1 กิโลเมตร เหนือยอดเขา ซึ่งทางหน่วยงานเฝ้าระวังภูเขาไฟ PVMBG ได้แนะนำให้ประชาชนอยู่ห่างจากปากปล่องภูเขาไฟอย่างน้อย 5 กิโลเมตร และเตือนถึงความเสี่ยงจากกลุ่มเถ้าถ่านร้อนและลาวาไหลที่อาจพุ่งออกมาได้ไกลถึง 17 กิโลเมตร จากยอดเขา

ทั้งนี้ อินโดนีเซียตั้งอยู่บน "วงแหวนแห่งไฟ" ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริเวณที่มักเกิดแผ่นดินไหวและการปะทุของภูเขาไฟบ่อยครั้ง ซึ่งภูเขาไฟอานักกรากะตัวอยู่ในการเตือนภัยระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดอันดับ 2 ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ขณะที่ภูเขาไฟเซเมรู ก็อยู่ในระดับ 3 เช่นกัน เช่นเดียวกับภูเขาไฟอีก 3 ลูก ได้แก่ ภูเขาไฟเมราปี, ภูเขาไฟเลโวโตบี ลากิ-ลากิ และภูเขาไฟสินาบุง