“ดร.พจน์” ประกาศกลางเวทีต้านโกง ปี 69 ภาคเอกชนชูเป้าหมาย “ไม่จ่าย” ปิดช่องทุจริต ดันแก้กฎหมาย ลดดุลยพินิจ ลั่นจะสำเร็จ ต้องแก้ตั้งแต่รากปัญหา
(6 ก.ย. 69) ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ ธุรกิจ...จะเลือกโกง หรือเลือกแก้ เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ใจความตอนหนึ่งว่า ตลอด 94 ปี หอการค้าไทย ขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ สังคม และประชาชน ซึ่งมีผลงานจำนวนมาก ดังนั้น มองว่า การคอร์รัปชันจึงเป็นมะเร็งร้าย หากไม่แก้ไข ประชาชนจะลำบากด้วย โดยก่อนนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มาเยี่ยมหอการค้าไทย ตนเองนำเสนอวาระแห่งชาติ 6 ข้อ โดยหนึ่งในวาระ คือ รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังกับการต่อต้านคอร์รัปชัน และต้องแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชัน
ภายหลังจากนายอนุทินรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ มีการประชุมไปแล้ว 2 นัด ซึ่งมองว่า 6 เป้าหมาย ที่กำหนดไว้ ในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ไม่เพียง “ฟ้อง จับ จบ” แต่ต้องแก้ไขตั้งแต่รากของปัญหา เรามองถึงการปลุกจิตสำนึกของประชาชน เยาวชน ให้เห็นความเลวร้ายของการคอร์รัปชัน ความเสียหายที่เกิดขึ้นมา และต้องปิดช่องการคอร์รัปชัน
ดร.พจน์ กล่าวว่า การคอร์รัปชันเกิด เพราะการใช้อำนาจในทางไม่ถูกต้อง เช่น กฎหมาย กฎระเบียบ ใบอนุญาต และการใช้ดุลยพินิจ เราจึงเสนอแก้กฎหมาย ทำให้นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ทำงานร่วมกัน
“เรายกตัวอย่าง 7 อุตสาหกรรมของประเทศ ได้แก่ การท่องเที่ยว การบริการ ภาคเกษตร ภาคการผลิต รถยนต์ บริการสุขภาพ โรงพยาบาล จะไปแก้กฎหมาย โดยไม่แก้ พ.ร.บ. แต่ไปแก้กฎกระทรวงกับประกาศกรม เพื่อปลดล็อกก่อน ขณะเดียวกัน การทำงานของรัฐบาล จำเป็นต้องโปร่งใส เปิดเผยได้ ซึ่งการใช้ระบบดิจิทัลมีความสำคัญมาก โดยรัฐบาลให้งบประมาณตั้งแต่ปี 2568 ให้ทุกกรม กอง จะต้องใช้ระบบดิจิทัล และหากการจัดซื้อจัดจ้างถูกเปิดเผยทั้งหมด สุดท้าย จะลดการคอร์รัปชันได้อย่างจริงจัง รวมถึงลดการใช้ดุลยพินิจ”
ดร.พจน์ กล่าวอีกว่า ภาคเอกชนมีเป้าหมายจะไม่จ่าย หากภาคเอกชนหยุดจ่าย จะลดการคอร์รัปชันได้อีกมาก หากถูกถามกลับว่า ไม่จ่าย แล้วไม่ได้งาน จะทำอย่างไร จึงต้องไปแก้กฎหมาย ลดการใช้ดุลยพินิจ การเปิดเผยข้อมูล เป็นเรื่องที่ กกร. กลุ่มคนไทยไม่ทน และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ต้องขับเคลื่อนไป เพื่อสร้างความชอบธรรมให้คนปฏิบัติสิ่งที่ถูกต้อง คือ ไม่จ่าย
“ถ้าตราบใด คนจ่าย คนรับ รับอยู่แล้ว แต่หากเราปิดช่องการจ่าย จะจบหมด” ดร.พจน์ กล่าวในที่สุด