ห้องข่าวภาคเที่ยง - นายตำรวจยศพันตำรวจโท ที่ขับรถชนวัยรุ่นอายุ 16 ปี จนเสียชีวิตแล้วขับหนีไม่หยุดให้การช่วยเหลือ ล่าสุดถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและวินัยร้ายแรงแล้ว จ่อเอาผิดเพิ่มฐานติดป้ายทะเบียนรถปลอม
เมื่อช่วงค่ำวาน (6 ก.ย.) พันตำรวจโทนายดังกล่าว ซึ่งเป็นตำรวจสังกัดภูธรจังหวัดพิษณุโลก ได้เข้ามอบตัวกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก
หลังเมื่อกลางดึก วันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ได้ขับรถไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ ทำให้เยาวชนชาย อายุ 16 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณทางลงสะพานนเรศวร ถนนสิงหวัฒน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก แถมพันตำรวจโทนายนี้ยังไม่หยุดรถลงมาช่วย ทำให้เยาวชนชาย ซึ่งตอนแรกยังเป็นแค่ผู้บาดเจ็บถูกรถจักรยานยนต์ชนซ้ำ จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ตำรวจยังพบป้ายทะเบียนรถตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อนำไปตรวจสอบ พบเป็นรถคนละคันกับคันที่ก่อเหตุชนแล้วหลบหนี และจากการตรวจสอบทะเบียนรถคันก่อเหตุ ทราบว่าเป็นตำรวจ ยศพันตำรวจโท อายุ 53 ปี ขับรถออกจากร้านอาหาร ก่อนจะไปเกิดอุบัติเหตุ
หลังให้ปากคำประมาณ 30 นาที ได้ประสานพ่อและแม่บุญธรรมของน้องที่เสียชีวิต เข้าพบกับผู้ต้องหาเพื่อให้พูดคุยเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือ
เบื้องต้นตำรวจนายนี้ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และข้อหาขับรถหลบหนี ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ
โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อยู่ในอาการสำนึกผิด และเสียใจ พร้อมแสดงความประสงค์ที่จะชดใช้และเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
ส่วนกรณีรถสวมทะเบียนปลอม ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ รวมถึงกรณีสงสัยว่าเมาแล้วขับ ทำให้การตรวจเลือดล่าช้า อาจไม่สามารถตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ได้ ตำรวจยืนยันว่ายังสามารถใช้พยานแวดล้อม ภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทาง และพยานบุคคล มาประกอบการพิจารณาได้
ล่าสุดตำรวจนายนี้ถูกสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและวินัยร้ายแรงแล้ว เนื่องจากมีพฤติการณ์ชนแล้วหนี ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งประเด็นข้อสงสัยเรื่องการสวมทะเบียนรถปลอม ซึ่งหากผลการสอบสวนชี้ชัดว่ามีความผิดจริง จะมีบทลงโทษสูงสุดทางวินัย คือไล่ออกจากราชการ
เบื้องต้นได้ส่งตัวพันตำรวจโทนายนี้ ไปเจาะเลือด เพื่อตรวจหาสารเสพติด และสั่งมึนเมาอย่างละเอียด รวมทั้งส่งรถอเนกประสงค์ที่ขับชนไปให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเรื่องการสวมทะเบียนแล้ว