อบจ.เชียงใหม่ เร่งแก้ไขปัญหาสาหร่ายเขียวแพร่หนัก ส่งผลให้คุณภาพน้ำต่ำลง  และส่งกลิ่นเหม็นคาว กระทบกับระบบนิเวศในบึงน้ำ

อบจ.เชียงใหม่ เร่งแก้ไขปัญหาสาหร่ายเขียวแพร่หนัก ส่งผลให้คุณภาพน้ำต่ำลง และส่งกลิ่นเหม็นคาว กระทบกับระบบนิเวศในบึงน้ำ

View icon 27
วันที่ 8 ก.ย. 2569 | 10.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (8 ก.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายก อบจ.เชียงใหม่ เร่งหารือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งชลประทานแก้ไขปัญหาสาหร่ายเขียวในบึงน้ำใกล้สวน อบจ. ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้คุณภาพน้ำมีออกซิเจนต่ำลง และส่งกลิ่นเหม็น เตรียมแนวทางแก้ไข

รวมทั้งผันน้ำจากชลประทานเพื่อระบาย เผยเป็นแบบนี้ทุกปีในช่วงที่สภาพอากาศ และระบบนิเวศเอื้ออำนวยต่อการขยายพันธุ์ของสาหร่าย อีกทั้งปุ๋ยจากการเกษตรที่มากับน้ำก็เป็นตัวเร่งให้สาหร่ายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

ปัญหาการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของสาหร่ายเขียวแกมน้ำเงินที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้างในบึงน้ำหนองเขียวใกล้กับสวนสาธารณะ อบจ.เชียงใหม่ จนหลายคนกลัวว่าจะส่งผลกระทบกับคุณภาพน้ำที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็น และกลัวว่าจะทำให้น้ำเน่า และกระทบกับระบบนิเวศในบึงน้ำ

ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจพบว่าในหนองน้ำภาพรวมแล้ว ส่วนที่ไม่มีสาหร่ายปกคลุมยังอยู่ในระดับร้อยละ 90-95 ของพื้นที่ จะมีการสะสมตัวของสาหร่ายสีเขียวเข้มตามริมน้ำ ที่ถูกกระแสลมพัดพามารวมกันในบางจุด จะมีสีเขียวสด และที่สำคัญคือจะมีกลิ่นที่รุนแรงเหมือนกลิ่นคาวปลา หรือบางจุดมีกลิ่นเหมือนน้ำเน่า แต่ก็จะอยู่เฉพาะบนผิวน้ำ และไหลไปมากับกระแสลมที่พัด ยังไม่พบว่ามีสิ่งมีชีวิตหรือมีปลาตายให้เห็น

ล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ ได้เร่งหารือกับผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานชลประทานเชียงใหม่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งความจริงแล้วหนองเขียว หรือบึงน้ำแก่นี้อยู่ในความดูแลของ อบต.ช้างเผือก รับน้ำจากคลองชลประทานมา ปัญหาสาหร่ายเขียวแกมน้ำเงินมีมาเป็นประจำทุกปีตามสภาพแวดล้อม

และระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลงตามฤดู แต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของสาหร่าย และในช่วงนี้ปริมาณฝนลดลง และไม่ได้ผันน้ำจากชลประทานเข้ามา ก่อนหน้านี้น้ำที่เข้ามาจากชลประทานอาจจะมีปุ๋ยจากภาคการเกษตรที่มากับน้ำ อีกทั้งปัจจัยอื่นอย่างสภาพอากาศที่ร้อน และแสงแดดที่เพียงพอทำให้สาหร่ายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเหลือเป็นฟิล์มเคลือบตรงผิวน้ำ และเมื่อสะสมตัวหนาแน่นก็จะส่งกลิ่นเหม็น และอาจจะทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง อาจจะส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตในหนองน้ำ จึงต้องหาแนวทางแก้ปัญหา

เบื้องต้นเตรียมที่จะผันน้ำเพื่อถ่ายน้ำให้สาหร่ายเขียวออกจากหนองน้ำเพื่อลดปริมาณสาหร่ายที่สะสมตัวลง และหารือทางด้านผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมปริมาณ แต่ต้องไม่กระทบกับคุณภาพน้ำหรือสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศดังกล่าวด้วย

สำหรับสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินนั้นไม่ใช่สาหร่าย แต่เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เรียกว่าไซยาโนแบคทีเรีย ไซยาโนแบคทีเรียอาศัยอยู่ตามธรรมชาติในน้ำจืด น้ำชายฝั่ง และน้ำทะเล และเช่นเดียวกับพืช พวกมันต้องการแสงแดด สารอาหาร และคาร์บอนไดออกไซด์ในการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์ และสภาพอากาศอบอุ่นและแสงแดดที่เพียงพอ รวมถึงสารอาหารที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญ