ห้องข่าวภาคเที่ยง - ที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ระดับน้ำในแม่น้ำสายลดลง หลังกำแพงกั้นน้ำฝั่งท่าขี้เหล็กแตก คาดว่ากระแสน้ำได้ไหลเข้าไปฝั่งเมียนมา
วานนี้ กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้พังกำแพงกั้นน้ำฝั่งเมียนมาแตก ความยาวประมาณ 20 เมตร ตรงข้ามวัดเกาะทราย ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายที่กั้นพรมแดนไทย-เมียนมา ไหลทะลักเข้าฝั่งท่าขี้เหล็กของเมียนมาเต็ม ๆ น้ำไหลแรงและไหลเชี่ยว กวาดทุกอย่างที่ขวางหน้าไปกับกระแสน้ำ ทางการเมียนมาได้สั่งอพยพประชาชน เนื่องจากระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น และอาจกระทบเส้นทางสัญจรในพื้นที่
และเมื่อค่ำวานนี้ที่ฝั่ง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ระดับน้ำในแม่น้ำสายเริ่มลดลงประมาณ 1 เมตร ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงในระดับหนึ่ง และยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่
โดยที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 เจ้าหน้าที่ไทยและเมียนมายังคงระดมเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ ทั้งรถตัก และรถขน เข้ากำจัดเศษไม้ ขยะ และสิ่งปฏิกูลที่ไหลมากับแม่น้ำสาย ก่อนมาติดค้างบริเวณสะพานและกีดขวางทางน้ำ
อัปเดตเช้านี้ (8 ก.ย.) เพจ ฮักแม่สาย นำมาลง จะเห็นว่าระดับน้ำลดลงจริง ๆ ห่างจากขอบสะพานพอสมควร อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลยังสั่งเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันอย่างใกล้ชิด เพราะในช่วงนี้ยังมีฝนเทลงมา
ส่วนที่ จังหวัดสุโขทัย มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำค่อย ๆ เพิ่มสูง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน ได้รับความเสียหาย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
จุดนี้ คือ ซอย 4 บ้านปลายนา ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เจ้าของคลิปบอกว่า ประมาณ 22.00 น. น้ำค่อย ๆ ไหลเข้าท่วมบ้าน ยังดีที่ชาวบ้านเก็บของทัน เนื่องจากจุดนี้ฝนตกแช่ทีไร น้ำท่วมทุกที ทำให้ชาวบ้านเตรียมตัวได้ทัน
ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ รายงานว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 3 และ หมู่ 11 ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย อย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมนำกระสอบทรายกั้นน้ำ
ขณะที่บนถนนมีน้ำไหลเชี่ยว ระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร เบื้องต้น มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 300 หลังคาเรือน
เช้าวันนี้ (8 ก.ย.) บางจุดระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังมีฝนตกในบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงแจ้งเตือนให้ประชาชนรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมแรง และฟ้าผ่า ถึงวันที่ 13 กันยายนนี้